วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๐/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๐/๒๕๖๑
                                   ๑๑ ก.ย. ๒๕๖๑

                                               โดย..
                                   ประวิทย์  เปรื่องการ


                                 
                                 บทที่ ๑๒
        การรายงานการดำเนินการทางวินัย (ต่อ)


          อธิบาย (ต่อ)         
          ๖. เมื่อ ก.จังหวัดพิจารณาเห็นว่า
               (๑) การลงโทษ การงดโทษ หรือการสั่งยุติเรื่อง
                     ๑) เป็นการไม่ถูกต้อง
                     ๒) เป็นการไม่เหมาะสม
               (๒) และมีมติเป็นประการใด
               (๓) ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นตามนั้น
           ๗. การพิจารณาของอนุวินัย หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี ต้องแสดงเหตุผลให้ปรากฏเป็นหนังสือไว้ในรายงานการประชุมด้วย เช่น
               (๑) เห็นชอบ ตามความเห็นของ......เพราะเหตุใด
               (๒) ไม่เห็นชอบ ตามความเห็นของ......เพราะเหตุใด
               (๓) การสอบสวนไม่หมดประเด็น ได้แก่
                     ๑).........
                     ๒).........
               จึงให้สอบเพิ่มเติมในประเด็น....... เป็นต้น
          ๘. กรณีผู้บริหารท้องถิ่น ได้สั่ง
               (๑) ลงโทษ
               (๒) เพิ่มโทษ
               (๓) ลดโทษ
               (๔) งดโทษ
               (๕) ยกโทษ
               (๖) ยุติเรื่อง
               (๗) ให้ออกจากราชการ เพราะไม่เลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
               (๘) ให้ออกจากราชการ เพราะ
                     ๑) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ
                     ๒) บกพร่องต่อหน้าที่ราชการ
                     ๓) ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ
               ให้รายงานต่อ ก.จังหวัดเพื่อทราบ
          ๙. เมื่อผู้บริหารท้องถิ่น ได้มีคำสั่งเพิ่มโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ
              (๑) ถ้าเพิ่มโทษ เป็นสถานโทษที่หนักขึ้น ลดโทษ เป็นสถานโทษที่เบาลง งดโทษ ยกโทษ คำสั่งลงโทษเดิม ให้เป็นอันยกเลิก
              (๒) ถ้าลดโทษ เป็นอัตราโทษที่เบาลง อัตราโทษส่วนที่เกินก็ให้เป็นอันยกเลิก
              (๓) ในกรณีคำสั่งโทษตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือนเป็นอันยกเลิก หรืออัตราโทษส่วนที่เกินเป็นอันยกเลิก
                    ๑) ให้คืนเงินเดือนที่ตัด/ลดไว้ตามคำสั่งนั้น
                    ๒) ให้แก่ผู้ถูกสั่งลงโทษ         


          ตัวบท
          (อนุวินัย/ก.จังหวัด ให้สอบเพิ่ม)
          ข้อ ๘๘ เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ดำเนินการทางวินัย หรือพิจารณาลงความเห็นให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดออกจากราชการในเรื่องใด ถ้าอนุวินัย หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม หรือเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคล พ.ศ.๒๕๔๒ ก็ให้มีอำนาจกำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบไปให้ผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนที่ผู้บริหารท้องถิ่นได้แต่งตั้งไว้เดิมทำการสอบสวนเพิ่มเติมได้ด้วย
          ในการสอบสวนเพิ่มเติม ถ้าอนุวินัย หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี  พิจารณาเห็นเป็นการสมควรส่งประเด็นหรือข้อสำคัญใดที่ต้องการทราบไปสอบสวนพยานหลักฐานซึ่งอยู่ต่างท้องที่ หรืออยู่นอกอำนาจของ ก.จังหวัด ก็ให้กำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญนั้นไปเพื่อขอให้ผู้บริหารท้องถิ่น หรือหัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานในท้องที่นั้นทำการสอบสวนแทนได้ และให้นำข้อ ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
          ในกรณีผู้บริหารท้องถิ่นส่งประเด็นหรือข้อสำคัญตามวรรคสอง ไปเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่น (สังกัดอื่น)  หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานในท้องที่นั้น ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ในเรื่องเกี่ยวกับกรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดอย่างร้ายแรง ตามข้อ ๒๖ วรรคหก ให้นำการสอบสวนพิจารณาตามหมวด ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
          เมื่อความปรากฏแก่ ก.กลาง (ก.จ., ก.ท., ก.อบต.) ว่าการดำเนินการทางวินัยของผู้บริหารท้องถิ่นใด หรือการพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัยของ ก.จังหวัดแห่งใด ขัดแย้งกับมาตรฐานทั่วไปนี้ ต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ ต่อไป

          อธิบาย
          เมื่อผู้บริหารท้องถิ่น ได้
          ๑. ดำเนินการทางวินัย หรือ
          ๒. ลงความเห็นให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดออกจากราชการ
          ถ้าอนุวินัย หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี
          ๑. เห็นสมควรสอบเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์
              (๑) แห่งความเป็นธรรม
              (๒) ในการกำกับดูแลข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.บุคคลฯ ปี ๒๕๔๒
          ๒. ให้กำหนดประเด็น/หัวข้อสำคัญส่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นแจ้งคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมสอบสวนเพิ่มเติมได้
          ๓. อนุวินัย หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี อาจขอให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างท้องที่ได้เช่นเดียวกับคณะกรรมการสอบสวน โดยเป็นผู้ส่งประเด็นหรือข้อสำคัญเอง
          ๔. การรวบรวมพยานหลักฐานต่างท้องที่ของผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำหลักการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงมาใช้บังคับโดยอนุโลม
          ๕. เมื่อความปรากฏแก่ ก.กลาง ไม่ว่าทางใดก็ตาม ว่า
               (๑) การดำเนินการทางวินัยของผู้บริหารท้องถิ่นแห่งใด หรือ
               (๒) การพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัยของ ก.จังหวัดแห่งใด
               ขัดแย้งกับมาตรฐานทั่วไปนี้
          ก.กลาง ต้องพิจารณาตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.บุคคลฯ ปี ๒๕๔๒ กล่าวคือ
          ๑. ให้ผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด แก้ไขภายในเวลาอันสมควร
          ๒. ถ้า
               (๑) ผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด ไม่แก้ไขภายในเวลาอันสมควร หรือ
               (๒) จะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
               ให้ ก.กลางสั่งระงับหรือเพิกถอนได้
                 

          ตัวบท
          (บทเฉพาะกาล)
          ข้อ ๘๙ ในกรณีมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนก่อนวันที่มาตรฐานทั่วไปนี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๔ โดยอนุโลมจนกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการตามมาตรฐานทั่วไปนี้
          ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยอยู่ก่อนวันที่มาตรฐานทั่วไปนี้ใช้บังคับ หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งโอนมาจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นอื่น หรือข้าราชการตามกฏหมายอื่นผู้ใด มีกรณีกระทำผิดอยู่ก่อนวันโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น (นั้น) ให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามมาตรฐานทั่วไปนี้ ส่วนการดำเนินการเพื่อปรับบทความผิดและการสั่งลงโทษ ให้ดำเนินการตามกฏหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะกระทำผิด
          กรณีเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนหรือสอบสวนของผู้บังคับบัญชาเดิมก่อนวันโอน ก็ให้สืบสวนหรือสอบสวนต่อไปจนแล้วเสร็จ แล้วส่งเรื่องให้ผู้บริหารท้องถิ่นสังกัดปัจจุบันพิจารณาดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

          อธิบาย
          บทเฉพาะกาล มี ๓ กรณี คือ
          ๑. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก่อนวันที่มาตรฐานทั่วไปนี้ใช้บังคับ (ก่อน ๑ มกราคม ๒๕๕๙)
              (๑) ให้คณะกรรมการทำการสอบสวนตามมาตรฐานทั่วไปเดิม (ฉบับลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๔)
จนกว่าจะแล้วเสร็จ
              (๒) ส่วนการพิจารณาสั่งการ ให้ดำเนินการตามมาตรฐานทั่วไปนี้ (หมายถึงการพิจารณาสั่งการของผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึง ก.จังหวัด)
          ๒. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใด
               (๑) ทำผิดอยู่ก่อน ๑ มกราคม ๒๕๕๙ หรือ
               (๒) โอนมาจากสังกัดอื่น ก่อน ๑ มกราคม ๒๕๕๙
               ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสอบสวนพิจารณาตามมาตรฐานทั่วไปนี้
               ส่วนการปรับบทความผิดและปรับสถานโทษ ให้อ้างกฎหมายขณะกระทำผิด
          ๓. กรณีมีการสืบสวน/สอบสวนของผู้บังคับบัญชาเดิมก่อนวันโอน
               (๑) ให้สืบสวน/สอบสวนต่อไปจนแล้วเสร็จ
               (๒) จากนั้นต้องส่งเรื่องให้ผู้บริหารท้องถิ่นสังกัดปัจจุบันพิจารณาสั่งการ

          เป็นอันครบถ้วนทั้ง ๘๙ ข้อ จะเห็นว่ามีรายละเอียดมากมาย และมีความซับซ้อนอยู่บ้าง ดังนั้น จึงแนะนำว่าเมื่อประสงค์จะศึกษาเฉพาะส่วน เพื่อนำไปปฏิบัติทันที สามารถศึกษาเฉพาะหัวข้อนั้น ๆ ซึ่งสอนไปแล้วในแต่ละครั้ง สรุปสาระสำคัญตามหัวข้อ ได้ดังนี้

          - ฐานความผิดทางวินัย ๑๘ ฐาน ข้อ ๖-๒๓ (ครั้งที่ ๕-๙/๒๕๖๑)
          - ก่อนดำเนินการทางวินัย ข้อ ๒๔-๒๕ (ครั้งที่ ๑๐-๑๑)
          - หลักการดำเนินการทางวินัย ข้อ ๒๖ (ครั้งที่ ๑๑-๑๒)
          - อำนาจหน้าที่กรรมการสอบสวน ข้อ ๒๗
          - ดำเนินการทางวินัยผู้ที่ออกจากราชการไปแล้ว ข้อ ๒๘ (ครั้งที่ ๑๒)
          - สั่งพักราชการ/สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระหว่างถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ข้อ ๒๙ (ครั้งที่ ๑๓)
          - กันและคุ้มครองพยาน ข้อ ๓๐-๔๔ (ครั้งที่ ๑๓-๑๔)
          - การกระทำที่ปรากฏชัดแจ้ง ข้อ ๔๕-๔๗ (ครั้งที่ ๑๔-๑๕)
          - สอบสวนพิจารณา ข้อ ๔๘ (ครั้งที่ ๑๕)
          - องค์ประกอบ/คุณสมบัติคณะกรรมการสอบสวน ข้อ ๔๙ (ครั้งที่ ๑๖)
          - ข้อความที่ต้องระบุในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวน (สว.๑) ข้อ ๕๐
          - แจ้ง สว.๑ ข้อ ๕๑
          - ประชุมครั้งแรก ข้อ ๕๒
          - องค์ประชุมและการลงมติ ข้อ ๕๓ (ครั้งที่ ๑๗)
          - คัดค้านและสั่งคำคัดค้านกรรมการสอบสวน ข้อ ๕๔-๕๕ (ครั้งที่ ๑๘-๑๙)       
          - การเปลี่ยนแปลงคำสั่ง สว.๑ (ไม่ใช่ยกเลิก) ข้อ ๕๖
          - หน้าที่กรรมการสอบสวน ข้อ ๕๗
          - ระยะเวลาการสอบสวน ข้อ ๕๘ (ครั้งที่ ๑๙)
          - ใช้พยานหลักฐาน ข้อ ๕๙
          - แจ้ง สว.๒ ข้อ ๖๐ (ครั้งที่ ๒๐)
          - แจ้ง สว.๓ ข้อ ๖๑ (ครั้งที่ ๒๑)
          - รวบรวมพยานหลักฐาน/ชี้แจงเพิ่มเติม ข้อ ๖๒-๖๓
          - เน้นองค์ประชุม ข้อ ๖๔
          - ข้อห้าม/วิธีสอบปากคำ ข้อ ๖๕-๖๖
          - ตัด/งดพยาน ข้อ ๖๗-๖๘ (ครั้งที่ ๒๒)
          - รวบรวมพยานหลักฐานต่างท้องที่ ข้อ ๖๙
          - สอบพบเรื่องอื่น ข้อ ๗๐
          - ผลสอบพาดพิงผู้อื่น ข้อ ๗๑
          - สอบหย่อน/บกพร่อง/ประพฤติไม่เหมาะ แล้วพบวินัย ข้อ ๗๒ (ครั้งที่ ๒๓)
          - นำคำพิพากษามาใช้ ข้อ ๗๓
          - โอนสังกัดระหว่างสอบสวน ข้อ ๗๔
          - กรรมการประชุมลงมติ ข้อ ๗๕
          - จัดทำ สว.๖ ข้อ ๗๖ (ครั้งที่ ๒๔)
          - ผู้บริหารท้องถิ่นตรวจ/สั่งสำนวน ข้อ ๗๗ (ครั้งที่ ๒๕)
          - ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งสอบเพิ่ม ข้อ ๗๘
          - ผลสอบเสียทั้งหมด ข้อ ๗๙
          - ผลสอบเสียเฉพาะส่วน ข้อ ๘๐
          - กรรมการไม่แจ้ง สว.๓ ข้อ ๘๑
          - ไม่ทำสาระสำคัญ ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้ทำโดยเร็ว ข้อ ๘๒ (ครั้งที่ ๒๖)
          - นับระยะเวลา ข้อ ๘๓
          - ลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง ข้อ ๘๔
          - ลงโทษวินัยร้ายแรง ข้อ ๘๕ (ครั้งที่ ๒๗)
          - วิธีออกคำสั่งลงโทษ ข้อ ๘๖ (ครั้งที่ ๒๘)
          - ก.จังหวัดพิจารณา ข้อ ๘๗ (ครั้งที่ ๒๙)
          - อนุวินัย/ก.จังหวัด สั่งสอบเพิ่ม ข้อ ๘๘
          - บทเฉพาะกาล ข้อ ๘๙ (ครั้งที่ ๓๐)
                                                   
       
                                       สวัสดี
 
----------
          - มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...