วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑
                                   ๓ ก.ค. ๒๕๖๑

                                               โดย..
                                    ประวิทย์ เปรื่องการ



                                บทที่ ๗
                การดำเนินการทางวินัย (ต่อ)

          ตัวบท
          ข้อ ๒๙ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาได้
          ถ้าภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพิจารณาว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิด หรือกระทำผิดไม่ถึงกับจะถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
          เมื่อได้มีการสั่งให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่นอีก ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามข้อ ๒๔ หรือแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนตามข้อ ๒๖ วรรคหก ตลอดจนดำเนินการทางวินัยตามมาตรฐานทั่วไปนี้ต่อไปได้
          ในกรณีสั่งให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกลับเข้ารับราชการ หรือสั่งให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนออกจากราชการด้วยเหตุอื่นที่มิใช่เป็นการลงโทษเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ก็ให้ผู้นั้นมีสถานภาพเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นตลอดระยะเวลาระหว่างที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเสมือนว่าผู้นั้นเป็นผู้ถูกสั่งพักราชการ
          การออกคำสั่งตามข้อนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.จังหวัดก่อน
          เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือนและเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการ และผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้น สำหรับผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ถ้าไม่มีกฎหมายหรือระเบียบดังกล่าว ให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นเป็นผู้ถูกสั่งพักราชการ
          การสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการ ระยะเวลาให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา ให้เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ พ.ศ.๒๕๕๘

          คำอธิบาย
          (ข้อ ๒๙ การสั่งพัก/สั่งให้ออกไว้ก่อน ระหว่างถูกสอบวินัยร้ายแรง)

          ๑. ผู้ใดถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญา (เว้นแต่ประมาท/ลหุโทษ) ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นพักราชการ หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอผลการสอบสวน/พิจารณา โดยความเห็นชอบของ ก.จังหวัดได้ และให้นำมาตรฐานให้ออกมาใช้

          ๒. ถ้าผลออกมาไม่ผิด หรือผิดไม่ถึงกับออก ให้สั่งกลับในตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งระดับเดียวกัน

          ๓. ระหว่างถูกสั่งพัก/ให้ออกไว้ก่อน หากพบว่าทำผิดวินัยร้ายแรงในเรื่องอื่น ให้สืบสวน สอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยได้ตามปกติ

          ๔. เมื่อสั่งกลับ ให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นตลอดเวลาที่ต้องออกไปนั้น

          ๕. การจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

          ๖. การสั่งพักราชการตำแหน่งไม่ว่าง ส่วนการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตำแหน่งว่าง



                                 บทที่ ๘
       การกันเป็นพยานและการคุ้มครองพยาน


          การกันเป็นพยาน

          ตัวบท
          ข้อ ๓๐ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดมีส่วนร่วมในการกระทำผิดวินัยกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้อื่น (ประเภทเดียวกัน) และผู้นั้นมิใช่ตัวการสำคัญ อาจได้รับการกันเป็นพยาน และการคุ้มครองพยานตามหมวดนี้ ไม่ว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้นั้น
          (๑) ได้ให้ข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคำในการกระทำผิดวินัยที่ได้กระทำมาต่อบุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่สืบสวน สอบสวน หรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ และข้อมูลหรือถ้อยคำนั้นเป็นเหตุให้มีการดำเนินการทางวินัยกับตัวการสำคัญในเรื่องนั้นได้
          (๒) ได้ให้ข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคำในการกระทำผิดวินัยที่ได้กระทำมาต่อบุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่สืบสวน สอบสวน หรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ ซึ่งไม่อาจแสวงหาข้อมูลหรือพยานหลักฐานอื่นใด เพื่อดำเนินการทางวินัยแก่ตัวการสำคัญในเรื่องนั้นได้

          ข้อ ๓๑ การกันเป็นพยาน การสิ้นสุดการกันเป็นพยาน การคุ้มครองพยาน การสิ้นสุดการคุ้มครองพยาน เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น โดยต้องทำเป็นหนังสือ

          ข้อ ๓๒ การให้ข้อมูลหรือให้ถ้อยคำตามข้อ ๓๐ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่เป็นการเปิดเผยความลับของทางราชการ และไม่เป็นการกระทำข้ามขั้นผู้บังคับบัญชาเหนือตน
          กรณีผู้บังคับบัญชาอื่นซึ่งมิใช่ผู้บริหารท้องถิ่นได้รับข้อมูล ให้รายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่อดำเนินการต่อไป

          ข้อ ๓๓ การพิจารณากันข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นพยาน ต้องมิได้เกิดจากการล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำการอื่นใดโดยมิชอบแก่ผู้ถูกกันเป็นพยานเพื่อชักจูงให้ให้ข้อมูลหรือให้ถ้อยคำในเรื่องที่กล่าวหานั้น

          ข้อ ๓๔ ในระหว่างการสอบสวน หากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะกันผู้ถูกสอบสวนรายใดเป็นพยาน ให้ประธานกรรมการสอบสวนรายงานไปยังผู้บริหารท้องถิ่นโดยเร็วพื่อสั่งกันผู้นั้นเป็นพยาน ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนต้องมีมติโดยต้องระบุเหตุผลแห่งการพิจารณาไว้ด้วยว่าสมควรกันผู้ถูกสอบสวนรายนั้นเป็นพยานเพราะเหตุใด กรณีเช่นนี้ให้ถือว่าการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ถูกกันเป็นพยานเป็นอันยุติ เว้นแต่มีกรณีตามข้อ ๓๖

          ข้อ ๓๕ ภายใต้บังคับข้อ ๓๐ เมื่อความปรากฏแก่ผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้มีการตรวจสอบพิจารณาแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นอาจกันข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้นเป็นพยานก็ได้

          ข้อ ๓๖ หากผู้ถูกกันเป็นพยาน ตามข้อ ๓๔ หรือข้อ ๓๕ แล้วแต่กรณี ไม่มาให้ถ้อยคำต่อบุคคล หรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่สืบสวน สอบสวน หรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือมาแต่ไม่ให้ถ้อยคำ หรือให้ถ้อยคำแต่ไม่เป็นประโยชน์ หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือกลับคำให้การ คณะกรรมการสอบสวนต้องรายงานผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้การกันผู้นั้นเป็นพยานสิ้นสุดลง และให้ดำเนินการทางวินัยผู้นั้นต่อไป

           ข้อ ๓๗ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแจ้งการกันเป็นพยาน และการสิ้นสุดการกันเป็นพยานให้ผู้ถูกกันเป็นพยานและบุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่สืบสวน สอบสวน หรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการทราบ แล้วส่งให้ประธานกรรมการสอบสวนรวมไว้ในสำนวนด้วย

          ข้อ ๔ ...
          วรรคสี่...ตัวการสำคัญ หมายความว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ซึ่งชักชวน โน้มน้าว ล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำการใด ๆ อันทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้อื่นจำต้องปฏิบัติตามโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้


          คำอธิบาย
          การกันข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นพยานในการดำเนินการทางวินัย มีหลักการ ดังนี้
          ๑. มีการกระทำผิดวินัยร่วมกันตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป
          ๒. ทั้ง ๒ คน ต่างเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นประเภทและสังกัดเดียวกัน
          ๓. คนหนึ่งเป็น "ตัวการสำคัญ" คือ เป็นผู้ชักชวน โน้มน้าว ล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำโดยประการที่อีกคนหนึ่งต้องปฏิบัติตามโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หมายความว่า การปฏิบัติตามนั้นต้องถึงขนาดที่ไม่สามารถอยู่ในวิสัยที่จะหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ กล่าวคือ ไม่อาจบังคับตัวเองได้ ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
          ๔. จะกันเป็นพยานได้ ต้องมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ คือ
               (๑) ผู้นั้นให้ข้อมูลจนสามารถดำเนินการทางวินัยแก่ตัวการสำคัญได้ หรือ
               (๒) แสวงหาข้อมูลจากที่อื่นไม่ได้แล้ว นอกจากข้อมูลของผู้นั้น
          ๕. ช่วงที่ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถกันเป็นพยานได้ ได้แก่
              (๑) ก่อนตั้งกรรมการสอบสวน เหตุแห่งการกันเป็นพยานปรากฏแก่ผู้บริหารท้องถิ่น
              (๒) หลังตั้งกรรมการสอบสวน ได้รับรายงานจากคณะกรรมการสอบสวน โดยมีการระบุเหตุผล เมื่อกันเป็นพยานแล้วให้ยุติการดำเนินการทางวินัยผู้นั้น
          ๖. การกันเป็นพยาน ต้องไม่เกิดจาก
               (๑) การล่อลวง
               (๒) การขู่เข็ญ
               (๓) การให้สัญญา
               (๔) การอื่นใดที่มิชอบเพื่อจูงใจ
          ๗. การกัน การยกเลิก เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น โดยต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ แล้วส่งให้ประธานกรรมการ รวมไว้ในสำนวน
          ๘. กรณีผู้บังคับบัญชาอื่นที่มิใช่ผู้ผู้บริหารท้องถิ่นได้รับข้อมูล ต้องรายงานตามลำดับเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการต่อไป
          ๙. การให้ข้อมูลของผู้ถูกกันเป็นพยาน ให้ถือว่า
              (๑) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
              (๒) ไม่เป็นการเปิดเผยความลับของทางราชการ
              (๓) ไม่เป็นการกระทำข้ามขั้นผู้บังคับบัญชา
       ๑๐. กรณีผู้จะถูกกัน หรือได้รับการกันเป็นพยาน
              (๑) ไม่มาให้ถ้อยคำ
              (๒) มา แต่ไม่ให้ถ้อยคำ
              (๓) ให้ถ้อยคำ แต่ไม่เป็นประโยชน์
              (๔) ให้ถ้อยคำเท็จ
              (๕) กลับคำให้การ
          ให้กรรมการสอบสวนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อดำเนินการทางวินัยผู้นั้นต่อไป
         

                                   สวัสดี
         

---------- 
          - มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...