วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๑
                                    ๓๐ ส.ค. ๒๕๖๑

                                               โดย..
                                    ประวิทย์ เปรื่องการ



                                 บทที่ ๑๐
                  การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)


          ตัวบท
         (การนับระยะเวลาทางวินัย)
         ข้อ ๘๓ การนับระยะเวลาตามมาตรฐานทั่วไปนี้ สำหรับเวลาเริ่มต้นให้นับวันถัดจากวันแรกแห่งเวลานั้นเป็นวันเริ่มนับระยะเวลา แต่ถ้าเป็นกรณีขยายเวลา ให้นับวันต่อจากวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาเดิมเป็นวันเริ่มระยะเวลาที่ขยายออกไป ส่วนเวลาสิ้นสุด ถ้าวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาตรงกับวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มเปิดทำการใหม่เป็นวันสุดท้ายแห่งระยะเวลา

          อธิบาย
          ระยะเวลาหรือเงื่อนเวลาทางวินัย มี ๒ ประเภท คือ
          ๑. ระยะเวลาบังคับ เมื่อพ้นแล้วไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ได้แก่
              (๑) การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่พ้นจากราชการไปแล้วเกิน ๑๘๐ วัน ออกคำสั่งแต่งตั้งไม่ได้ (ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง)
              (๒) ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำคัดค้านกรรมการสอบสวน เกิน ๗ วัน ไม่ได้ (ตามข้อ ๕๔ วรรคสอง)
              (๓) ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งคำคัดค้านเกิน ๑๕ วัน หรือ ก.จังหวัดพิจารณาคัดค้านเกิน ๓๐ วัน ไม่ได้ (ตามข้อ ๕๔ วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหก)
          ๒. ระยะเวลาเร่งรัด (นอกเหนือจากข้อ ๑) แม้จะพ้นระยะเวลาแล้วก็ต้องดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

          การนับระยะเวลา
          ๑. ระยะเวลาเริ่มต้น ให้นับถัดจากวันแรก (นับวันรุ่งขึ้น) เป็น ๑..๒..๓..เรื่อยไป
          ๒. ถ้าขยายเวลา ให้นับต่อจากวันสุดท้ายของเวลาเดิม
          ๓. ระยะเวลาสิ้นสุด ถ้าวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดราชการ ให้นับวันเปิดทำการใหม่เป็นวันสุดท้าย
          ๔. เมื่อเริ่มนับระยะวลาแล้ว ให้นับอย่างต่อเนื่อง จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ



                              บทที่ ๑๑
                     การลงโทษทางวินัย


          ตัวบท
          (ลงโทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรง)
          ข้อ ๘๔ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณี ให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน
          ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย และมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือก็ได้
          กรณีการกระทำในเรื่องเดียวกัน แต่เป็นความผิดวินัยหลายฐานความผิด ให้สั่งลงโทษในสถานโทษที่หนักที่สุดเพียงสถานเดียวแห่งการกระทำนั้น
          ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจลงโทษตัดเงินเดือน และลดขั้นเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งได้ ดังนี้
          (๑) ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕ % และเป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือน
          (๒) ลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น

          อธิบาย
          ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บริหารท้องถิ่นออกคำสั่งลงโทษ ใน ๓ ระดับ ได้แก่
          ๑. ภาคทัณฑ์
          ๒. ตัดเงินเดือน
          ๓. ลดขั้นเงินเดือน
          ตามที่ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นสมควร ให้เหมาะสมกับความผิด

          เหตุลดหย่อนโทษที่เป็นดุลพินิจของผู้สั่งลงโทษ เช่น
          ๑. เป็นผู้มีความประพฤติดี
          ๒. ไม่เคยกระทำผิดวินัยมาก่อน
          ๓. มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเสมอมา
          ๔. ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพืเศษ เป็นประจำ
          ๕. เป็นผู้มีความโอบอ้อมอารีย์ต่อคนรอบข้างเป็นนิจ
          ๖. เป็นสนใจในการฝึกอบรมและนำความรู้กลับมาพัฒนางานในหน้าที่ได้ดีอย่างต่อเนื่อง
          เป็นต้น

          โทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะ
          ๑. กรณีผิดวินัยเล็กน้อย
          ๒. จะตัดเงินเดือน แต่มีเหตุอันควรลดหย่อน

          โทษภาคทัณฑ์ เพราะเป็นความผิดวินัยเล็กน้อย แต่มีเหตุอันควรลดหย่อนโทษ จะ
          ๑. งดโทษ แล้ว
          ๒. ให้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือ (ด้วยวาจาไม่ได้) ก็ได้ เป็นดุลพินิจ
          สังเกตเห็นว่า ข้อนี้ได้ตัดคำว่า "ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือ" จากของเดิมทิ้งไป เนื่องจากข้าราชการฝ่ายพลเรือน คือ ข้าราชการตำรวจ และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เท่านั้น ที่จะมีกฎว่าด้วย "ทำทัณฑ์บน" เช่น ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง แต่ข้าราชการประเภทอื่นไม่มีโทษเหล่านี้ โดยเฉพาะข้าราชการส่วนท้องถิ่น

          การว่ากล่าวตักเตือน มี ๒ ประเภท คือ
          ๑. การว่ากล่าวตักเตือนทางวินัย (ตามข้อ ๘๔ นี้) ต้องรายงานไป ก.จังหวัด ซึ่งอาจมีมติให้ลงโทษก็ได้ เพราะการว่ากล่าวตักเตือน ไม่เป็นโทษทางวินัย
          ๒. การว่ากล่าวตักเตือนทางบริหาร ไม่ต้องรายงานไป ก.จังหวัด (อาจไม่มีการสอบสวน และไม่ควรมีคำว่า "ผิดวินัย" ในบันทึก) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น สามารถกระทำได้ในหน้าที่ของตน ไม่มีผลกระทบทางกฎหมาย และมิได้เกิดจากกฎหมายบุคคล)

          การกระทำความผิดในเรื่องเดียว แต่บางครั้งอาจเข้าองค์ประกอบหลายฐานความผิด ลักษณะนี้ให้ลงโทษเพียงบทเดียวที่หนักที่สุด เช่น
          พฤติกรรมเดียว แต่ผิดวินัย
          ๑. ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ เห็นควรลงโทษภาคทัณฑ์
          ๒. ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา เห็นควรลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % เป็นเวลา ๓ เดือน
          ๓. ประพฤติชั่ว เห็นควรลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น
          เป็นต้น
          กรณีนี้ต้องออกคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น ในพฤติกรรมที่กระทำผิดวินัยในเรื่องเดียวนั้น

          ในกรณีที่เป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจลงโทษเกี่ยวกับเงิน ดังนี้
          ๑. ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่ง ไม่เกิน ๕ % ไม่เกิน ๓ เดือน (ตัดน้อยกว่านี้ได้)
          ๒. ลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่ง ไม่เกิน ๑ ขั้น (ลดน้อยกว่านี้ได้ หากพิจารณาถึงความเหมาะสมกับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ๒ ครั้ง/ปี จะลดครึ่งขั้นก็ได้ เพราะก่อนนั้นเลื่อนขั้นเงินเดือนปีละ ๑ ครั้ง)


          ตัวบท
          (ลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง)
          ข้อ ๘๕ ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนที่แต่งตั้งตามข้อ ๒๖ วรรคหก หรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เห็นว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอ ก.จังหวัดเพื่อส่งเรื่องให้อนุวินัยซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณาทำความเห็นเสนอ ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลงโทษต่ำกว่าปลดออกจากราชการ และเมื่อ ก.จังหวัดมีมติเป็นประการใด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
          ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกตามข้อนี้ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
          อนุวินัยตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เป็นกรรมการใน ก.จังหวัด หรืออนุอุทธรณ์ ตามข้อ ๙ วรรคสาม ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พ.ศ.๒๕๕๘ และให้ ก.จังหวัดแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้
          (๑) รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน
          (๒) นายอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัด จำนวนหนึ่งคน
          (๓) ผู้แทน อปท.ในจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยรองผู้บริหารท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน และข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน (แยกแต่ละประเภทของ อปท.)
          (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ จำนวนสองคน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคล หรือด้านการดำเนินการทางวินัย
          (๕) ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หนึ่งคนเป็นเลขานุการ (ตามประเภท คือ ก.จ.จ. และ ก.เมืองพัทยา ส่วน ก.ท.จ.และ ก.อบต.จังหวัด มีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในจังหวัด เป็นเลขานุการ)
          การแต่งตั้งและการให้พ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปมติ ก.จังหวัด
          ก.จังหวัดอาจแต่งตั้งหรือมอบหมายเลขานุการกรรมการสอบสวนให้เป็นผู้นำเสนอรายงานการดำเนินการทางวินัยในการประชุมของอนุฯ หรือของ ก.จังหวัด เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้ แต่ห้ามมิให้ผู้นั้นพิจารณาหรือแสดงความเห็นในการประชุม
          กรณี ก.จังหวัดมีมติแล้ว แต่ยังมิได้มีการปฏิบัติตามมติ ผู้จะถูกลงโทษได้โอนไปสังกัดใหม่ ให้ ก.จังหวัดสังกัดเดิมส่งรายงานการดำเนินการทางวินัย พร้อมมติไปยัง ก.จังหวัดสังกัดใหม่เพื่อพิจารณาดำเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องส่งเรื่องให้อนุวินัยสังกัดใหม่พิจารณาทำความเห็นเสนออีก

          หมายเหตุ
          ๑. ก.จังหวัด ได้แก่
              (๑) คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.จ.)
              (๒) คณะกรรมการพนักงานเทศบาล จังหวัด (ก.ท.จ.)
              (๓) คณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา (ก.เมืองพัทยา)
              (๔) คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จังหวัด (ก.อบต.จังหวัด)
          ๒. อนุวินัย ชื่อเต็มคือ คณะอนุกรรมการพิจารณาการดำเนินการทางวินัยและการให้ออกจากราชการ ใน ก.จังหวัด
          ๓. อนุอุทธรณ์ ชื่อเต็มคือ คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และร้องทุกข์ ใน ก.จังหวัด
         

         
                                       สวัสดี

----------
          - มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...