"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๑
๒๘ ส.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
ตัวบท
(ผู้บริหารท้องถิ่นให้สอบเพิ่ม)
ข้อ ๗๘ ในกรณีผู้บริหารท้องถิ่นเห็นสมควรให้สอบสวนเพิ่มเติมประการใด ให้กำหนดประเด็น พร้อมทั้งส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมเพื่อดำเนินการสอบสวนได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดมาตรการเร่งรัดการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรก็ได้
ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมไม่อาจทำการสอบสวนได้ หรือผู้บริหารท้องถิ่นเห็นเป็นการจำเป็น ผู้บริหารท้องถิ่นอาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะใหม่ขึ้นทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นตามวรรคหนึ่งก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นำข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ มาใช้โดยอนุโลม
ให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วให้ส่งพยานหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนเพิ่มเติม ไปให้ผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่มเติมโดยไม่ต้องทำความเห็น
อธิบาย
เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้พิจารณารายงานและสำนวนการสอบสวนแล้ว เห็นว่าการสอบสวนยังไม่หมดประเด็น หรือยังไม่สิ้นกระแสความ หรือพบว่ามีสิ่งใดที่ต้องการทราบเพิ่มเติม ให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
๑. กำหนดประเด็น
๒. พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๓. ไปให้คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิม
๔. ในกรณี
(๑) คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมสอบสวนไม่ได้ เช่น
๑) ตาย
๒) พ้นจากราชการ
เป็นต้น หรือ
(๒) ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความจำเป็น
ผู้บริหารท้องถิ่น จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะใหม่ โดยต้องคำนึงถึง
๑) คุณสมบัติ
๒) องค์ประกอบ
ของกรรมการสอบสวน
๓) รูปแบบ สว.๑
ในการออกคำสั่งแต่งตั้งด้วย
ให้สอบสวนได้ตามความจำเป็น
๕. ผู้บริหารท้องถิ่นจะกำหนดมาตรการเร่งรัดการสอบสวนตามสมควรก็ได้ เช่น กำหนดเวลาแล้วเสร็จ
๖. ให้คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนให้เร็วเสร็จโดยเร็ว (กรณีไม่มีการกำหนดเวลาไว้)
๗. ระยะเวลาการสอบสวนเพิ่มเติมไม่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการสอบสวนตามปกติเดิม (๑๒๐ วัน)
๘. เมื่อคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นครั้งนี้สอบสวนเพิ่มเติมตามประเด็นหรือข้อสำคัญเสร็จแล้ว ให้ส่งพยานหลักฐานที่ได้ให้ผู้บริหารท้องถิ่น
๙. โดยไม่ต้องทำความเห็น (ห้ามทำ)
ตัวบท
(การสอบสวนเสียไปทั้งหมด)
ข้อ ๗๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในข้อ ๔๙ ให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้อง
อธิบาย
แม้การสอบสวนจะแล้วเสร็จ แต่หากปรากฏว่าการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่เป็นไปตามข้อ ๔๙ กล่าวคือ
๑. องค์ประกอบของคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้อง เช่น
(๑) กรรมการมีเพียง ๒ คน
(๒) ไม่มีผู้ถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสอบสวน
(๓) ประธานกรรมการสอบสวนมีระดับตำแหน่งต่ำกว่าหรือเทียบได้ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา (ในวันออกคำสั่ง)
(๔) คุณสมบัติของประธานกรรมการสอบสวนไม่เป็นไปตามที่ ก.กลางกำหนด
(๕) มีข้าราชการฝ่ายทหารร่วมเป็นกรรมการ
(๖) มีผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือมิได้เป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนร่วมเป็นกรรมการ เช่น
๑) ผู้บริหาร/รองผู้บริหารท้องถิ่น
๒) ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น
๓) สมาชิกสภาท้องถิ่น
๔) พนักงานจ้าง/ลูกจ้าง (เว้นแต่มีคุณสมบัติและเป็นได้เพียงผู้ช่วยเลขานุการ)
๕) เอกชน
เป็นต้น
(๗) กรรมการที่ขอยืมตัวจากต่างสังกัด แต่ไม่มีหนังสือยินยอม (หรืออาจออกคำสั่งก่อนได้รับความยินยอม)
๒. คุณสมบัติของคณะกรรมการสอบสวนคณะนั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มี
(๑) ผู้ดำรงตำแหน่งนิติกร
(๒) ผู้จบปริญญาทางกฎหมาย
(๓) ผู้ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรการดำเนินการทางวินัย (หรือหลักสูตร ๕ วัน) หรือ
(๔) ผู้มีประสบการณ์ด้านการดำเนินการทางวินัย
แม้แต่คนเดียว
(๕) ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสอบสวน ไม่มีคุณสมบัติตาม (๑) - (๔) ข้างต้น (หากมีการแต่งตั้ง)
๓. ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับผู้ถูกกล่าวหา แต่ ก.จังหวัดมิได้พิจารณาและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนให้ (ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกกรรมการเอง โดยไม่ผ่าน ก.จังหวัดคัดเลือก)
กรณีในข้อ ๑-๓ ให้ผลการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมดเสียไป ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถใช้สำนวนดังกล่าวพิจารณาลงโทษทางวินัยได้
ดังนั้น
๑. ผู้บริหารท้องถิ่นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้อง
๒. จากนั้นคณะกรรมการสอบสวนต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนใหม่
ตัวบท
(การสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน)
ข้อ ๘๐ ในกรณีที่ปรากฏว่าการสอบสวนตอนใดทำไม่ถูกต้อง ให้การสอบสวนตอนนั้นเสียไปเฉพาะ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การประชุมคณะกรรมการสอบสวน มีกรรมการสอบสวนมาประชุมไม่ครบตามข้อ ๕๓ วรรคหนึ่ง
(๒) การสอบปากคำบุคคล ดำเนินการไม่ถูกต้องตามข้อ ๕๗ วรรคสอง ข้อ ๖๔ ข้อ ๖๕ ข้อ ๖๖ วรรคหนึ่ง และข้อ ๖๙
ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็ว
อธิบาย
สาเหตุที่ทำให้ผลการสอบสวนสวนเสียไป มี ๒ ลักษณะ คือ
๑. ผลการสอบสวนเสียไปทั้งหมด (ดังกล่าวข้างต้น)
๒. การสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน
สาเหตุบางประการที่ทำให้ผลการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน ได้แก่
(๑) การประชุมหรือการสอบสวนที่องค์ประชุมไม่ครบ คือ
๑) การประชุมปกติทั่ว ๆ ไป มีกรรมการเข้าร่วมประชุมน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เช่น
ก. ตั้งกรรมการ ๓ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๑ คน (ต้องเข้า ๒ คน ขึ้นไป)
ข. ตั้งกรรมการ ๕ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๒ คน (ต้องเข้า ๓ คน ขึ้นไป
ค. ตั้งกรรมการ ๗ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๓ คน (ต้องเข้า ๔ คน ขึ้นไป)
เป็นต้น
๒) ประชุมเพื่อแจ้งสว.๓ และมีมติจัดทำ สว.๖ มีกรรมการเข้าประชุมน้อยกว่า ๓ คน และน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เช่น
ก. ตั้งกรรมการ ๓ คน มีกรรมการเข้าประชุมเพียง ๒ คน (ต้องเข้าทั้ง ๓ คน)
ข. ตั้งกรรมการ ๗ คน มีกรรมการเข้าประชุม ๓ คน (ต้องเข้า ๔ คน ขึ้นไป)
ค. ตั้งกรรมการ ๙ คน มีกรรมการเข้าประชุม ๔ คน (ต้องเข้า ๕ คน ขึ้นไป)
เป็นต้น
(๒) การสอบปากคำไม่ถูกต้อง ดังนี้
๑) มีบุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสอบสวน
๒) องค์ประชุมคณะกรรมการสอบสวนไม่ครบ
๓) กรรมการสอบสวนล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำโดยประการอื่นให้ให้ปากคำ
๔) มีผู้อื่นอยู่ในที่สอบสวน
๕) การรวบรวมพยานหลักฐานต่างท้องที่ไม่ถูกต้อง
กรณีการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วนดังกล่าว ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็ว
ตัวบท
(กรรมการไม่แจ้ง สว.๓)
ข้อ ๘๑ ในกรณีที่ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา หรือไม่ส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา หรือไม่มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง หรือนัดมาให้ถ้อยคำ หรือนำสืบแก้ข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๑ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ให้ถ้อยคำ และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๑ ด้วย
อธิบาย
รายงานการสอบสวนที่คณะกรรมการสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (สว.๓) กล่าวคือ
๑. ไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบ
๒. ไม่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
๓. ไม่มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง
๔. ไม่นัดมาให้ถ้อยคำหรือนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
ให้ผู้บริหารท้องถิ่น
๑. สั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว
๒. ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาด้วย
ตัวบท
(ไม่ได้สอบสาระสำคัญอันจะเสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขโดยเร็ว)
ข้อ ๘๒ ในกรณีที่ปรากฏว่าการสอบสวนตอนใดทำไม่ถูกต้องตามหมวดนี้ นอกจากที่กำหนดในข้อ ๗๙ ข้อ ๘๐ และข้อ ๘๑ ถ้าการสอบสวนตอนนั้นเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการตอนนั้นให้ถูกต้องโดยเร็ว แต่ถ้าการสอบสวนตอนนั้นมิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นจะสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องหรือไม่ก็ได้
อธิบาย
นอกจากที่กล่าวถึงการสอบสวนทั้งหมดเสียไป และการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วนข้างต้นแล้วนั้น
๑. การสอบสวนตอนใดที่เป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว
๒. ถ้าไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นดุลพินิจของผู้บริหารท้องถิ่นจะให้แก้ไขดำเนินการหรือไม่ก็ได้
สวัสดี
----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘.
๒๘ ส.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
ตัวบท
(ผู้บริหารท้องถิ่นให้สอบเพิ่ม)
ข้อ ๗๘ ในกรณีผู้บริหารท้องถิ่นเห็นสมควรให้สอบสวนเพิ่มเติมประการใด ให้กำหนดประเด็น พร้อมทั้งส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมเพื่อดำเนินการสอบสวนได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดมาตรการเร่งรัดการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรก็ได้
ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมไม่อาจทำการสอบสวนได้ หรือผู้บริหารท้องถิ่นเห็นเป็นการจำเป็น ผู้บริหารท้องถิ่นอาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะใหม่ขึ้นทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นตามวรรคหนึ่งก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นำข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ มาใช้โดยอนุโลม
ให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วให้ส่งพยานหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนเพิ่มเติม ไปให้ผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่มเติมโดยไม่ต้องทำความเห็น
อธิบาย
เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้พิจารณารายงานและสำนวนการสอบสวนแล้ว เห็นว่าการสอบสวนยังไม่หมดประเด็น หรือยังไม่สิ้นกระแสความ หรือพบว่ามีสิ่งใดที่ต้องการทราบเพิ่มเติม ให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
๑. กำหนดประเด็น
๒. พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๓. ไปให้คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิม
๔. ในกรณี
(๑) คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมสอบสวนไม่ได้ เช่น
๑) ตาย
๒) พ้นจากราชการ
เป็นต้น หรือ
(๒) ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความจำเป็น
ผู้บริหารท้องถิ่น จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะใหม่ โดยต้องคำนึงถึง
๑) คุณสมบัติ
๒) องค์ประกอบ
ของกรรมการสอบสวน
๓) รูปแบบ สว.๑
ในการออกคำสั่งแต่งตั้งด้วย
ให้สอบสวนได้ตามความจำเป็น
๕. ผู้บริหารท้องถิ่นจะกำหนดมาตรการเร่งรัดการสอบสวนตามสมควรก็ได้ เช่น กำหนดเวลาแล้วเสร็จ
๖. ให้คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนให้เร็วเสร็จโดยเร็ว (กรณีไม่มีการกำหนดเวลาไว้)
๗. ระยะเวลาการสอบสวนเพิ่มเติมไม่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการสอบสวนตามปกติเดิม (๑๒๐ วัน)
๘. เมื่อคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นครั้งนี้สอบสวนเพิ่มเติมตามประเด็นหรือข้อสำคัญเสร็จแล้ว ให้ส่งพยานหลักฐานที่ได้ให้ผู้บริหารท้องถิ่น
๙. โดยไม่ต้องทำความเห็น (ห้ามทำ)
ตัวบท
(การสอบสวนเสียไปทั้งหมด)
ข้อ ๗๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในข้อ ๔๙ ให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้อง
อธิบาย
แม้การสอบสวนจะแล้วเสร็จ แต่หากปรากฏว่าการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่เป็นไปตามข้อ ๔๙ กล่าวคือ
๑. องค์ประกอบของคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้อง เช่น
(๑) กรรมการมีเพียง ๒ คน
(๒) ไม่มีผู้ถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสอบสวน
(๓) ประธานกรรมการสอบสวนมีระดับตำแหน่งต่ำกว่าหรือเทียบได้ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา (ในวันออกคำสั่ง)
(๔) คุณสมบัติของประธานกรรมการสอบสวนไม่เป็นไปตามที่ ก.กลางกำหนด
(๕) มีข้าราชการฝ่ายทหารร่วมเป็นกรรมการ
(๖) มีผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือมิได้เป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนร่วมเป็นกรรมการ เช่น
๑) ผู้บริหาร/รองผู้บริหารท้องถิ่น
๒) ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น
๓) สมาชิกสภาท้องถิ่น
๔) พนักงานจ้าง/ลูกจ้าง (เว้นแต่มีคุณสมบัติและเป็นได้เพียงผู้ช่วยเลขานุการ)
๕) เอกชน
เป็นต้น
(๗) กรรมการที่ขอยืมตัวจากต่างสังกัด แต่ไม่มีหนังสือยินยอม (หรืออาจออกคำสั่งก่อนได้รับความยินยอม)
๒. คุณสมบัติของคณะกรรมการสอบสวนคณะนั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มี
(๑) ผู้ดำรงตำแหน่งนิติกร
(๒) ผู้จบปริญญาทางกฎหมาย
(๓) ผู้ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรการดำเนินการทางวินัย (หรือหลักสูตร ๕ วัน) หรือ
(๔) ผู้มีประสบการณ์ด้านการดำเนินการทางวินัย
แม้แต่คนเดียว
(๕) ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสอบสวน ไม่มีคุณสมบัติตาม (๑) - (๔) ข้างต้น (หากมีการแต่งตั้ง)
๓. ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับผู้ถูกกล่าวหา แต่ ก.จังหวัดมิได้พิจารณาและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนให้ (ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกกรรมการเอง โดยไม่ผ่าน ก.จังหวัดคัดเลือก)
กรณีในข้อ ๑-๓ ให้ผลการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมดเสียไป ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถใช้สำนวนดังกล่าวพิจารณาลงโทษทางวินัยได้
ดังนั้น
๑. ผู้บริหารท้องถิ่นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้อง
๒. จากนั้นคณะกรรมการสอบสวนต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนใหม่
ตัวบท
(การสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน)
ข้อ ๘๐ ในกรณีที่ปรากฏว่าการสอบสวนตอนใดทำไม่ถูกต้อง ให้การสอบสวนตอนนั้นเสียไปเฉพาะ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การประชุมคณะกรรมการสอบสวน มีกรรมการสอบสวนมาประชุมไม่ครบตามข้อ ๕๓ วรรคหนึ่ง
(๒) การสอบปากคำบุคคล ดำเนินการไม่ถูกต้องตามข้อ ๕๗ วรรคสอง ข้อ ๖๔ ข้อ ๖๕ ข้อ ๖๖ วรรคหนึ่ง และข้อ ๖๙
ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็ว
อธิบาย
สาเหตุที่ทำให้ผลการสอบสวนสวนเสียไป มี ๒ ลักษณะ คือ
๑. ผลการสอบสวนเสียไปทั้งหมด (ดังกล่าวข้างต้น)
๒. การสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน
สาเหตุบางประการที่ทำให้ผลการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน ได้แก่
(๑) การประชุมหรือการสอบสวนที่องค์ประชุมไม่ครบ คือ
๑) การประชุมปกติทั่ว ๆ ไป มีกรรมการเข้าร่วมประชุมน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เช่น
ก. ตั้งกรรมการ ๓ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๑ คน (ต้องเข้า ๒ คน ขึ้นไป)
ข. ตั้งกรรมการ ๕ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๒ คน (ต้องเข้า ๓ คน ขึ้นไป
ค. ตั้งกรรมการ ๗ คน มีกรรมการเข้าเพียง ๓ คน (ต้องเข้า ๔ คน ขึ้นไป)
เป็นต้น
๒) ประชุมเพื่อแจ้งสว.๓ และมีมติจัดทำ สว.๖ มีกรรมการเข้าประชุมน้อยกว่า ๓ คน และน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เช่น
ก. ตั้งกรรมการ ๓ คน มีกรรมการเข้าประชุมเพียง ๒ คน (ต้องเข้าทั้ง ๓ คน)
ข. ตั้งกรรมการ ๗ คน มีกรรมการเข้าประชุม ๓ คน (ต้องเข้า ๔ คน ขึ้นไป)
ค. ตั้งกรรมการ ๙ คน มีกรรมการเข้าประชุม ๔ คน (ต้องเข้า ๕ คน ขึ้นไป)
เป็นต้น
(๒) การสอบปากคำไม่ถูกต้อง ดังนี้
๑) มีบุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสอบสวน
๒) องค์ประชุมคณะกรรมการสอบสวนไม่ครบ
๓) กรรมการสอบสวนล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำโดยประการอื่นให้ให้ปากคำ
๔) มีผู้อื่นอยู่ในที่สอบสวน
๕) การรวบรวมพยานหลักฐานต่างท้องที่ไม่ถูกต้อง
กรณีการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วนดังกล่าว ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็ว
ตัวบท
(กรรมการไม่แจ้ง สว.๓)
ข้อ ๘๑ ในกรณีที่ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา หรือไม่ส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา หรือไม่มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง หรือนัดมาให้ถ้อยคำ หรือนำสืบแก้ข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๑ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ให้ถ้อยคำ และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๑ ด้วย
อธิบาย
รายงานการสอบสวนที่คณะกรรมการสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (สว.๓) กล่าวคือ
๑. ไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบ
๒. ไม่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
๓. ไม่มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง
๔. ไม่นัดมาให้ถ้อยคำหรือนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
ให้ผู้บริหารท้องถิ่น
๑. สั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว
๒. ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาด้วย
ตัวบท
(ไม่ได้สอบสาระสำคัญอันจะเสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขโดยเร็ว)
ข้อ ๘๒ ในกรณีที่ปรากฏว่าการสอบสวนตอนใดทำไม่ถูกต้องตามหมวดนี้ นอกจากที่กำหนดในข้อ ๗๙ ข้อ ๘๐ และข้อ ๘๑ ถ้าการสอบสวนตอนนั้นเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการตอนนั้นให้ถูกต้องโดยเร็ว แต่ถ้าการสอบสวนตอนนั้นมิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นจะสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องหรือไม่ก็ได้
อธิบาย
นอกจากที่กล่าวถึงการสอบสวนทั้งหมดเสียไป และการสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วนข้างต้นแล้วนั้น
๑. การสอบสวนตอนใดที่เป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว
๒. ถ้าไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นดุลพินิจของผู้บริหารท้องถิ่นจะให้แก้ไขดำเนินการหรือไม่ก็ได้
สวัสดี
----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น