วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"     ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑
                                    ๑๒ มิ.ย.๒๕๖๑

                                               โดย..
                                    ประวิทย์ เปรื่องการ

           
                           
                                   บทที่ ๖
                   วินัยและการรักษาวินัย (ต่อ)


          ฐานที่ ๘
          ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

          ตัวบท
          ข้อ ๑๓ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้สยกฎหมาย ต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
          การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          องค์ประกอบ
          วรรคหนึ่ง
          ๑. มีคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
          ๒. เป็นการสั่งในหน้าที่ราชการ
          ๓. เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ (ความเห็นของผู้สั่ง)
          ๔. มีเจตนาขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงคำสั่งดังกล่าว

          ตัวอย่าง
          ช่างโยธามีหน้าที่อยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ แต่มาเข้ารับอยู่เวรล่าช้า เป็นเหตุให้ไม่มีผู้เชิญธงลงจากยอดเสา ในเวลา ๑๘.๐๐ น. ลงโทษภาคทัณฑ์

          ข้อยกเว้น
          แต่ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
          (๑) จะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือ
          (๒) จะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือ
          (๓) เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ความเห็นของผู้รับคำสั่ง)
          (๔) ผู้รับคำสั่งต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น
          (๕) เมื่อเสนอความเห็นแล้ว (ให้รออยู่ก่อน)
          (๖) ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ
          (๗) ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม (ไม่ผิดวินัยฐานนี้)

          หมายเหตุ
          วินัยฐานนี้ ก.กลางได้ปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของ อปท.ที่ต่างจากข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะในเรื่องสถานะของผู้ใช้อำนาจซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง มี ๓ ประเด็น คือ
          ๑. เพิ่มคำว่า "หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" เข้ามา
          ๒. ไม่เปิดโอกาสให้เป็นดุลพินิจของผู้รับคำสั่งว่าจะทำบันทึกหรือไม่ แต่บังคับว่าต้องทำเป็นบันทึกให้ทบทวนเท่านั้น ไม่ให้มีทางเลือก ป้องกันข้อถกเถียงในอนาคต
          ๓. การยืนยันของผู้บังคับบัญชาด้วยวาจาค่อนข้างมีปัญหา เมื่อเกิดการฟ้องคดี จึงบังคับให้ "ต้องยืนยันเป็นหนังสือ" เท่านั้น
          ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในระบบวินัยของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมากขึ้น

          ข้อสังเกต
          การทำบันทึกนี้เป็นเฉพาะกรณีวินัย แต่หากเรื่องนั้นเป็นความผิดทางอาญาด้วย จะเป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรมโดยแท้ ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ พฤติกรรมเดียวอาจผิดทั้งวินัยและอาญา แต่ปัจจุบัน ก.กลางได้นำหลักภาษิตกฎหมาย ที่ว่า "บุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว" หรือ "พฤติกรรมผิดครั้งเดียว ต้องรับโทษครั้งเดียว" มาใช้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมในการลงโทษทางวินัยข้าราชการส่วนท้องถิ่น


          ฐานที่ ๙
          ต้องไม่กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน

          ตัวบท
          ข้อ ๑๔ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามขั้นผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว

          องค์ประกอบ
          ๑. มีหน้าที่ราชการ
          ๒. ปฏิบัติหน้าที่นั้นข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน

          ตัวอย่าง
          เจ้าหน้าที่ธุรการเสนอใบลาเพื่อให้นายกฯ อนุญาต โดยไม่ผ่านปลัดฯ ทั้งที่ปลัดปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงาน ทำให้ปลัดไม่ทราบความเป็นไปของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ลงโทษภาคทัณฑ์

          ข้อยกเว้น
          ๑. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปสั่งให้กระทำ
          ๒. ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
          ไม่ผิดวินัยฐานนี้


          ฐานที่ ๑๐
          ต้องไม่รายงานเท็จ

          ตัวบท
          ข้อ ๑๕ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
          การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          องค์ประกอบ
          วรรคหนึ่ง
          ๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
          ๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน

          ตัวอย่าง
          เจ้าพนักงานป้องกันฯ รับอยู่เวรแทนเพื่อน ครั้นเวลา ๑๗.๓๐ น. หายตัวไปไม่กลับมาเข้าเวรอีกทั้งคืน โดยรายงานผู้บังคับบัญชาว่าท้องเสีย แต่รุ่งเช้าทำหนังสือชี้แจงหัวหน้าเวรว่าไม่มีเงินซื้อข้าว จึงกลับบ้านเพื่อหาเงิน ลงโทษภาคทัณฑ์

          องค์ประกอบ
          วรรคสอง
          ๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
          ๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน
          ๓. เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

          ตัวอย่าง
          เจ้าหน้าที่ทะเบียนเบิกค่าเช่าบ้าน โดยปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านและทำทะเบียนบ้านปลอมเพื่อให้ทางราชการหลงเชื่อ ได้เงินค่าเช่าบ้านไป ๒๑,๐๐๐ บาท ลงโทษไล่ออกจากราชการ


          ฐานที่ ๑๑
          ต้องถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม

          ตัวบท
          ข้อ ๑๖ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ

          องค์ประกอบ
          ๑. มีระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
          ๒. ไม่ถือหรือปฏิบัติตามนั้น

          ตัวอย่าง
          ๑. ช่างโยธา ลงชื่อในสมุดลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนเพื่อนซึ่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ลงโทษภาคทัณฑ์
          ๒. เจ้าหน้าที่ธุรการ แอบเข้าไปใช้โทรศัพท์ทางไกลในห้องนายกฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น


          ฐานที่ ๑๒
          ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ

          ตัวบท
          ข้อ ๑๗ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
          การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          อธิบาย
          คำว่า
          "อุทิศ" คือ สละให้ โดยใช้เวลาทั้งหมดปฏิบัติราชการตามที่ทางราชการต้องการ
          "เวลาของตน" คือ รวมทั้งในและนอกเวลาราชการตามปกติ
          "ทอดทิ้ง" คือ ไม่เอาเป็นธุระ ไม่เอาใจใส่ ตัวอยู่แต่ไม่ทำงาน
          "ละทิ้ง" คือ ตัวไม่อยู่ในที่ทำงาน จะลงชื่อมาปฏิบัติราชการหรือไม่ก็ตาม

          องค์ประกอบ
          วรรคหนึ่ง
          ๑. มีหน้าที่ราชการ
          ๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้น

          ตัวอย่าง
          เจ้าหน้าที่ธุรการมีหน้าที่อยู่เวรสำนักงาน ระหว่างเวลา ๑๘.๓๐-๐๗.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น แต่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เวรดังกล่าวหลังเวลา ๒๐.๐๐ น.ในสภาพมึนเมาสุรา และลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่เวรว่า ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. ลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % ๒ เดือน (นอกจากนี้ยังผิดฐานรายงานเท็จ กับฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมด้วย)

          องค์ประกอบ
          วรรคสอง
          ลักษณะที่ ๑
          ๑. มีหน้าที่ราชการ
          ๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
          ๓. เป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรง

          ตัวอย่าง
          เจ้าหน้าที่ป้องกันอยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ ตกกลางคืนนอนไม่หลับได้กลับไปนอนต่อที่บ้านตอน ๐๒.๓๐ น. ครั้นเวลา ๐๔.๔๕ น. สำนักงานถูกลอบวางเพลิงเสียหายทั้งหลัง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
                 
          องค์ประกอบ
          วรรคสอง
          ลักษณะที่ ๒
          ๑. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
          ๒. เป็นระยะเวลาติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่าสิบห้าวัน (พนักงานจ้าง/ลูกจ้าง เกินกว่าเจ็ดวัน)
          ๓. โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระบียบของทางราชการ
 
          ตัวอย่าง
          ๑. นักพัฒนาชุมชน ละทิ้งหน้าที่ราชการไป ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๐ และไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ลงโทษไล่ออกจากราชการ
          ๒. เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ลาพักผ่อน ๕ วัน ระหว่างลาได้ส่งใบขอลาออกจากราชการเพื่อยื่นต่อนายกฯ เมื่อครบกำหนดลาพักผ่อน เจ้าหน้าที่ผู้นี้ก็หยุดราชการไป โดยไม่รอรับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการก่อน ลงโทษปลดออกจากราชการ
         
         
                                   สวัสดี
         

----------
๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. กรมการปกครอง, คู่มือการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน, ๒๕๔๕.
๓. สำนักงาน ก.พ., แนวทางการลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕, กรุงเทพมหานคร : บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๔๑.
๔. เจสดา มิลินทางกูร, คู่มือปฏิบัติงานบุคคลว่าด้วยวินัยข้าราชการและพนักงานเทศบาล, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล, ๒๕๒๔.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...