"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑
๑๒ มิ.ย.๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๖
วินัยและการรักษาวินัย (ต่อ)
ฐานที่ ๘
ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ตัวบท
ข้อ ๑๓ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้สยกฎหมาย ต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. มีคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
๒. เป็นการสั่งในหน้าที่ราชการ
๓. เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ (ความเห็นของผู้สั่ง)
๔. มีเจตนาขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงคำสั่งดังกล่าว
ตัวอย่าง
ช่างโยธามีหน้าที่อยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ แต่มาเข้ารับอยู่เวรล่าช้า เป็นเหตุให้ไม่มีผู้เชิญธงลงจากยอดเสา ในเวลา ๑๘.๐๐ น. ลงโทษภาคทัณฑ์
ข้อยกเว้น
แต่ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
(๑) จะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือ
(๒) จะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือ
(๓) เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ความเห็นของผู้รับคำสั่ง)
(๔) ผู้รับคำสั่งต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น
(๕) เมื่อเสนอความเห็นแล้ว (ให้รออยู่ก่อน)
(๖) ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ
(๗) ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม (ไม่ผิดวินัยฐานนี้)
หมายเหตุ
วินัยฐานนี้ ก.กลางได้ปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของ อปท.ที่ต่างจากข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะในเรื่องสถานะของผู้ใช้อำนาจซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง มี ๓ ประเด็น คือ
๑. เพิ่มคำว่า "หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" เข้ามา
๒. ไม่เปิดโอกาสให้เป็นดุลพินิจของผู้รับคำสั่งว่าจะทำบันทึกหรือไม่ แต่บังคับว่าต้องทำเป็นบันทึกให้ทบทวนเท่านั้น ไม่ให้มีทางเลือก ป้องกันข้อถกเถียงในอนาคต
๓. การยืนยันของผู้บังคับบัญชาด้วยวาจาค่อนข้างมีปัญหา เมื่อเกิดการฟ้องคดี จึงบังคับให้ "ต้องยืนยันเป็นหนังสือ" เท่านั้น
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในระบบวินัยของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมากขึ้น
ข้อสังเกต
การทำบันทึกนี้เป็นเฉพาะกรณีวินัย แต่หากเรื่องนั้นเป็นความผิดทางอาญาด้วย จะเป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรมโดยแท้ ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ พฤติกรรมเดียวอาจผิดทั้งวินัยและอาญา แต่ปัจจุบัน ก.กลางได้นำหลักภาษิตกฎหมาย ที่ว่า "บุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว" หรือ "พฤติกรรมผิดครั้งเดียว ต้องรับโทษครั้งเดียว" มาใช้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมในการลงโทษทางวินัยข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ฐานที่ ๙
ต้องไม่กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ตัวบท
ข้อ ๑๔ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามขั้นผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
องค์ประกอบ
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ปฏิบัติหน้าที่นั้นข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ธุรการเสนอใบลาเพื่อให้นายกฯ อนุญาต โดยไม่ผ่านปลัดฯ ทั้งที่ปลัดปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงาน ทำให้ปลัดไม่ทราบความเป็นไปของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ลงโทษภาคทัณฑ์
ข้อยกเว้น
๑. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปสั่งให้กระทำ
๒. ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
ไม่ผิดวินัยฐานนี้
ฐานที่ ๑๐
ต้องไม่รายงานเท็จ
ตัวบท
ข้อ ๑๕ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน
ตัวอย่าง
เจ้าพนักงานป้องกันฯ รับอยู่เวรแทนเพื่อน ครั้นเวลา ๑๗.๓๐ น. หายตัวไปไม่กลับมาเข้าเวรอีกทั้งคืน โดยรายงานผู้บังคับบัญชาว่าท้องเสีย แต่รุ่งเช้าทำหนังสือชี้แจงหัวหน้าเวรว่าไม่มีเงินซื้อข้าว จึงกลับบ้านเพื่อหาเงิน ลงโทษภาคทัณฑ์
องค์ประกอบ
วรรคสอง
๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน
๓. เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ทะเบียนเบิกค่าเช่าบ้าน โดยปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านและทำทะเบียนบ้านปลอมเพื่อให้ทางราชการหลงเชื่อ ได้เงินค่าเช่าบ้านไป ๒๑,๐๐๐ บาท ลงโทษไล่ออกจากราชการ
ฐานที่ ๑๑
ต้องถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม
ตัวบท
ข้อ ๑๖ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
องค์ประกอบ
๑. มีระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
๒. ไม่ถือหรือปฏิบัติตามนั้น
ตัวอย่าง
๑. ช่างโยธา ลงชื่อในสมุดลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนเพื่อนซึ่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ลงโทษภาคทัณฑ์
๒. เจ้าหน้าที่ธุรการ แอบเข้าไปใช้โทรศัพท์ทางไกลในห้องนายกฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น
ฐานที่ ๑๒
ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ
ตัวบท
ข้อ ๑๗ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
อธิบาย
คำว่า
"อุทิศ" คือ สละให้ โดยใช้เวลาทั้งหมดปฏิบัติราชการตามที่ทางราชการต้องการ
"เวลาของตน" คือ รวมทั้งในและนอกเวลาราชการตามปกติ
"ทอดทิ้ง" คือ ไม่เอาเป็นธุระ ไม่เอาใจใส่ ตัวอยู่แต่ไม่ทำงาน
"ละทิ้ง" คือ ตัวไม่อยู่ในที่ทำงาน จะลงชื่อมาปฏิบัติราชการหรือไม่ก็ตาม
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้น
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ธุรการมีหน้าที่อยู่เวรสำนักงาน ระหว่างเวลา ๑๘.๓๐-๐๗.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น แต่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เวรดังกล่าวหลังเวลา ๒๐.๐๐ น.ในสภาพมึนเมาสุรา และลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่เวรว่า ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. ลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % ๒ เดือน (นอกจากนี้ยังผิดฐานรายงานเท็จ กับฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมด้วย)
องค์ประกอบ
วรรคสอง
ลักษณะที่ ๑
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๓. เป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรง
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ป้องกันอยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ ตกกลางคืนนอนไม่หลับได้กลับไปนอนต่อที่บ้านตอน ๐๒.๓๐ น. ครั้นเวลา ๐๔.๔๕ น. สำนักงานถูกลอบวางเพลิงเสียหายทั้งหลัง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
องค์ประกอบ
วรรคสอง
ลักษณะที่ ๒
๑. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
๒. เป็นระยะเวลาติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่าสิบห้าวัน (พนักงานจ้าง/ลูกจ้าง เกินกว่าเจ็ดวัน)
๓. โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระบียบของทางราชการ
ตัวอย่าง
๑. นักพัฒนาชุมชน ละทิ้งหน้าที่ราชการไป ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๐ และไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ลงโทษไล่ออกจากราชการ
๒. เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ลาพักผ่อน ๕ วัน ระหว่างลาได้ส่งใบขอลาออกจากราชการเพื่อยื่นต่อนายกฯ เมื่อครบกำหนดลาพักผ่อน เจ้าหน้าที่ผู้นี้ก็หยุดราชการไป โดยไม่รอรับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการก่อน ลงโทษปลดออกจากราชการ
สวัสดี
----------
๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. กรมการปกครอง, คู่มือการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน, ๒๕๔๕.
๓. สำนักงาน ก.พ., แนวทางการลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕, กรุงเทพมหานคร : บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๔๑.
๔. เจสดา มิลินทางกูร, คู่มือปฏิบัติงานบุคคลว่าด้วยวินัยข้าราชการและพนักงานเทศบาล, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล, ๒๕๒๔.
๑๒ มิ.ย.๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๖
วินัยและการรักษาวินัย (ต่อ)
ฐานที่ ๘
ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ตัวบท
ข้อ ๑๓ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้สยกฎหมาย ต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. มีคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
๒. เป็นการสั่งในหน้าที่ราชการ
๓. เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ (ความเห็นของผู้สั่ง)
๔. มีเจตนาขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงคำสั่งดังกล่าว
ตัวอย่าง
ช่างโยธามีหน้าที่อยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ แต่มาเข้ารับอยู่เวรล่าช้า เป็นเหตุให้ไม่มีผู้เชิญธงลงจากยอดเสา ในเวลา ๑๘.๐๐ น. ลงโทษภาคทัณฑ์
ข้อยกเว้น
แต่ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
(๑) จะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือ
(๒) จะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ หรือ
(๓) เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ความเห็นของผู้รับคำสั่ง)
(๔) ผู้รับคำสั่งต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น
(๕) เมื่อเสนอความเห็นแล้ว (ให้รออยู่ก่อน)
(๖) ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ
(๗) ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม (ไม่ผิดวินัยฐานนี้)
หมายเหตุ
วินัยฐานนี้ ก.กลางได้ปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของ อปท.ที่ต่างจากข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะในเรื่องสถานะของผู้ใช้อำนาจซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง มี ๓ ประเด็น คือ
๑. เพิ่มคำว่า "หรือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" เข้ามา
๒. ไม่เปิดโอกาสให้เป็นดุลพินิจของผู้รับคำสั่งว่าจะทำบันทึกหรือไม่ แต่บังคับว่าต้องทำเป็นบันทึกให้ทบทวนเท่านั้น ไม่ให้มีทางเลือก ป้องกันข้อถกเถียงในอนาคต
๓. การยืนยันของผู้บังคับบัญชาด้วยวาจาค่อนข้างมีปัญหา เมื่อเกิดการฟ้องคดี จึงบังคับให้ "ต้องยืนยันเป็นหนังสือ" เท่านั้น
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในระบบวินัยของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมากขึ้น
ข้อสังเกต
การทำบันทึกนี้เป็นเฉพาะกรณีวินัย แต่หากเรื่องนั้นเป็นความผิดทางอาญาด้วย จะเป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรมโดยแท้ ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ พฤติกรรมเดียวอาจผิดทั้งวินัยและอาญา แต่ปัจจุบัน ก.กลางได้นำหลักภาษิตกฎหมาย ที่ว่า "บุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว" หรือ "พฤติกรรมผิดครั้งเดียว ต้องรับโทษครั้งเดียว" มาใช้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมในการลงโทษทางวินัยข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ฐานที่ ๙
ต้องไม่กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ตัวบท
ข้อ ๑๔ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามขั้นผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
องค์ประกอบ
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ปฏิบัติหน้าที่นั้นข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ธุรการเสนอใบลาเพื่อให้นายกฯ อนุญาต โดยไม่ผ่านปลัดฯ ทั้งที่ปลัดปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงาน ทำให้ปลัดไม่ทราบความเป็นไปของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ลงโทษภาคทัณฑ์
ข้อยกเว้น
๑. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปสั่งให้กระทำ
๒. ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
ไม่ผิดวินัยฐานนี้
ฐานที่ ๑๐
ต้องไม่รายงานเท็จ
ตัวบท
ข้อ ๑๕ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน
ตัวอย่าง
เจ้าพนักงานป้องกันฯ รับอยู่เวรแทนเพื่อน ครั้นเวลา ๑๗.๓๐ น. หายตัวไปไม่กลับมาเข้าเวรอีกทั้งคืน โดยรายงานผู้บังคับบัญชาว่าท้องเสีย แต่รุ่งเช้าทำหนังสือชี้แจงหัวหน้าเวรว่าไม่มีเงินซื้อข้าว จึงกลับบ้านเพื่อหาเงิน ลงโทษภาคทัณฑ์
องค์ประกอบ
วรรคสอง
๑. ต้องมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
๒. การรายงานนั้นมีข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงที่ควรรายงาน
๓. เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ทะเบียนเบิกค่าเช่าบ้าน โดยปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านและทำทะเบียนบ้านปลอมเพื่อให้ทางราชการหลงเชื่อ ได้เงินค่าเช่าบ้านไป ๒๑,๐๐๐ บาท ลงโทษไล่ออกจากราชการ
ฐานที่ ๑๑
ต้องถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม
ตัวบท
ข้อ ๑๖ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
องค์ประกอบ
๑. มีระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
๒. ไม่ถือหรือปฏิบัติตามนั้น
ตัวอย่าง
๑. ช่างโยธา ลงชื่อในสมุดลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนเพื่อนซึ่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ลงโทษภาคทัณฑ์
๒. เจ้าหน้าที่ธุรการ แอบเข้าไปใช้โทรศัพท์ทางไกลในห้องนายกฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น
ฐานที่ ๑๒
ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ
ตัวบท
ข้อ ๑๗ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
อธิบาย
คำว่า
"อุทิศ" คือ สละให้ โดยใช้เวลาทั้งหมดปฏิบัติราชการตามที่ทางราชการต้องการ
"เวลาของตน" คือ รวมทั้งในและนอกเวลาราชการตามปกติ
"ทอดทิ้ง" คือ ไม่เอาเป็นธุระ ไม่เอาใจใส่ ตัวอยู่แต่ไม่ทำงาน
"ละทิ้ง" คือ ตัวไม่อยู่ในที่ทำงาน จะลงชื่อมาปฏิบัติราชการหรือไม่ก็ตาม
องค์ประกอบ
วรรคหนึ่ง
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้น
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ธุรการมีหน้าที่อยู่เวรสำนักงาน ระหว่างเวลา ๑๘.๓๐-๐๗.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น แต่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เวรดังกล่าวหลังเวลา ๒๐.๐๐ น.ในสภาพมึนเมาสุรา และลงเวลามาปฏิบัติหน้าที่เวรว่า ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. ลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % ๒ เดือน (นอกจากนี้ยังผิดฐานรายงานเท็จ กับฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมด้วย)
องค์ประกอบ
วรรคสอง
ลักษณะที่ ๑
๑. มีหน้าที่ราชการ
๒. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่นั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๓. เป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรง
ตัวอย่าง
เจ้าหน้าที่ป้องกันอยู่เวรรักษาสถานที่ราชการ ตกกลางคืนนอนไม่หลับได้กลับไปนอนต่อที่บ้านตอน ๐๒.๓๐ น. ครั้นเวลา ๐๔.๔๕ น. สำนักงานถูกลอบวางเพลิงเสียหายทั้งหลัง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
องค์ประกอบ
วรรคสอง
ลักษณะที่ ๒
๑. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
๒. เป็นระยะเวลาติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่าสิบห้าวัน (พนักงานจ้าง/ลูกจ้าง เกินกว่าเจ็ดวัน)
๓. โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระบียบของทางราชการ
ตัวอย่าง
๑. นักพัฒนาชุมชน ละทิ้งหน้าที่ราชการไป ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๐ และไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ลงโทษไล่ออกจากราชการ
๒. เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ลาพักผ่อน ๕ วัน ระหว่างลาได้ส่งใบขอลาออกจากราชการเพื่อยื่นต่อนายกฯ เมื่อครบกำหนดลาพักผ่อน เจ้าหน้าที่ผู้นี้ก็หยุดราชการไป โดยไม่รอรับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการก่อน ลงโทษปลดออกจากราชการ
สวัสดี
----------
๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. กรมการปกครอง, คู่มือการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน, ๒๕๔๕.
๓. สำนักงาน ก.พ., แนวทางการลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕, กรุงเทพมหานคร : บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๔๑.
๔. เจสดา มิลินทางกูร, คู่มือปฏิบัติงานบุคคลว่าด้วยวินัยข้าราชการและพนักงานเทศบาล, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล, ๒๕๒๔.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น