วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๘/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"     ครั้งที่ ๘/๒๕๖๑
                                    ๑๔ มิ.ย.๒๕๖๑

                                               โดย..
                                    ประวิทย์ เปรื่องการ

           
                           
                                   บทที่ ๖
                   วินัยและการรักษาวินัย (ต่อ)


          ฐานที่ ๑๓
          ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี

          ตัวบท
          ข้อ ๑๘ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้งกัน และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ประเภทเดียวกัน) ด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ

          องค์ประกอบ
          ๑. ไม่สุภาพเรียบร้อย (ระหว่างข้าราชการและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ)
          ๒. ไม่รักษาความสามัคคี
          ๓. กลั่นแกล้งกัน
          ๔. ไม่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          ตัวอย่าง
          (ไม่สุภาพเรียบร้อย)
          เจ้าหน้าที่จัดเก็บฯ ใช้วาจาไม่สุภาพและแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อปลัดฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่เสนอเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ในปีงบประมาณนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ผู้นี้มีวันลากิจ ลาป่วย ในรอบปีที่แล้วมารวมกันเกินกว่า ๔๕ วัน ลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % ๒ เดือน

          ตัวอย่าง
          (ไม่รักษาความสามัคคี)
          เจ้าหน้าที่ธุรการ ทำร้ายเพื่อนข้าราชการ โดยใช้กล่องเปล่าสำหรับใส่จานบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตีไหล่ซ้าย ๑ ที ดึงผมและกัดที่แขนซ้ายเป็นรอยฟกช้ำ โดยเพื่อนไม่ได้แสดงอาการโต้ตอบแต่อย่างใด ลงโทษตัดเงินเดือน ๑๐% ๒ เดือน (กฎหมายเดิม)

          ตัวอย่าง
          (ไม่ช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการ)
          เจ้าพนักงานป้องกันฯ โกรธเคืองช่างโยธาที่ขอยืมรถแล้วไม่ให้ เกิดการติดขัดในการประสานงานในหน่วยงาน และมีส่วนร่วมวางแผนเดินขบวนให้ตนเองไม่ต้องถูกสั่งให้ไปช่วยราชการที่อื่น ตามความต้องการของนายกเทศมนตรี ลงโทษตัดเงินเดือน ๑๐% ๒ เดือน (กฎหมายเดิม)


          ฐานที่ ๑๔
          ต้องไม่ดูหมิ่นประชาชนผู้ติดต่อราชการ

          ตัวบท
          ข้อ ๑๙ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า และด้วยความสุภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ
          การดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          องค์ประกอบ
          วรรคหนึ่ง
          ๑. ไม่ต้อนรับ ไม่ให้ความสะดวก ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่ให้การสงเคราะห์ ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่  หรือข่มเหง
          ๒. กระทำแก่ประชาชนผู้ติดต่อ
ราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน

          ตัวอย่าง
          เจ้าหน้าที่ทะเบียน ไม่แนะนำประชาชนที่มาติดต่องานทะเบียนให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนต้องมาติดต่อราชการหลายครั้ง ลงโทษภาคทัณฑ์

          องค์ประกอบ
          วรรคสอง
          ๑. ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงอย่างร้ายแรง
          ๒. เป็นการกระทำต่อประชาชนผู้ติดต่อราชการ
          ๓. กระทำโดยมีเจตนา (กระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำ)

          ตัวอย่าง
          ปลัดกล่าวกับชาวบ้านที่มาร้องเรียนการเก็บขยะไม่เรียบร้อยของพนักงานเก็บขยะ แต่ตกลงกันไม่ได้ ถูกชาวบ้านด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้ปลัดโกรธและด่าตอบชาวบ้านผู้นั้นด้วยถ้อยคำหยาบคายเช่นเดียวกัน ลงโทษปลดออกจากราชการ
   
             
          ฐานที่ ๑๕
          ต้องไม่กระทำการให้เสื่อมเกียรติ

          ตัวบท
          ข้อ ๒๐ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

          องค์ประกอบ
          ๑. กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์
          ๒. อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

          ตัวอย่าง
          พยาบาลเทคนิค ฝ่ายศัลยกรรมกระดูกอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยซึ่งรู้จักมักคุ้นกันที่มาตรวจ ณ โรงพยาบาลโดยไม่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตน และได้รับเงินค่าตอบแทนครั้งละไม่เกิน ๕๐๐ บาท ลงโทษตัดเงินเดือน ๑๐% ๔ เดือน (กฎหมายเดิม)


          ฐานที่ ๑๖
          ต้องไม่เป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

          ตัวบท
          ข้อ ๒๑ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

          องค์ประกอบ
          ๑. ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือตำแหน่งที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน
          ๒. ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
 
          อธิบาย
          ประวีณ ณ นคร ได้ตอบคำถาม กรณีข้าราชการพลเรือนทำการค้าได้เพียงใดหรือไม่ว่า "ต้องไม่เป็นตัวกระทำการในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใด ๆ นอกจากทางราชการจะสั่ง และอย่างไรเรียกว่า "ตัวกระทำการ" ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น มีมติ ครม.ตาม น.ว.๕/๒๔๘๘ ลง ๕ ธ.ค. ๒๔๘๘ สรุปว่า .. "..สำหรับผู้ทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งไม่มีทางจะใช้อิทธิพลในทางราชการ ก็ไม่ต้องห้ามตามมตินี้" ต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุงมติ ครม.ในเรื่องลักษณะนี้อีกหลายครั้ง แต่หลักการสำคัญยังคงเดิม และกลายมาเป็นวินัยฐานที่ ๑๖ ดังกล่าว


          ฐานที่ ๑๗
          ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง

          ตัวบท
          ข้อ ๒๒ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการโดยอนุโลม

          องค์ประกอบ
          ๑. ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
          ๒. ต้องปฏิบัติตามมารยาททางการเมือง

          อธิบาย
          วินัยข้อนี้มีเจตนารมณ์ให้ข้าราชการประจำมีความเป็นกลางทางการเมือง แต่ไม่ตัดสิทธิข้าราชการประจำในการเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง
          ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการพลเรือน ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๔๙๙ ด้วย ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ ๒ ว่า ข้าราชการพลเรือนจะนิยมหรือเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใด ๆ ที่ตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย และจะไปประชุมอันเป็นการประชุมของพรรคการเมืองนั้นเป็นการส่วนตัวก็ได้ แต่ในทางที่เกี่ยวกับประชาชน และในหน้าที่ราชการต้องกระทำตนเป็นกลาง ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงพรรคการเมือง และไม่กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามทางการเมืองของข้าราชการพลเรือน ๑๑ ประการอีกด้วย


          ฐานที่ ๑๘   
          ต้องไม่ประพฤติชั่ว

          ตัวบท
          ข้อ ๒๓ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
          การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือได้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          แนวทางการพิจารณา
          (ว่า ชั่วหรือไม่ ร้ายแรงหรือไม่)
          ๑. เกียรติของข้าราชการ
          ๒. ความรู้สึกของสังคม
          ๓. เจตนาในการกระทำ (มีจิตสำนึกในขณะกระทำ)
         
          วรรคหนึ่ง
          (ประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง ประพฤติตนไม่สำรวม)

          ตัวอย่าง เช่น
          ๑. เสพสุรา       
          ๒. ไม่ชำระหนี้
          ๓. ประพฤติตนในทำนองชู้สาว
          ๔. กระทำอนาจาร
          ๕. ปลอมแปลงเอกสาร
          เป็นต้น

          วรรคสอง   
          (ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง)

          ลักษณะที่ ๑     
          เป็นการกระทำผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

          ลักษณะที่ ๒
          เป็นการกระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการอื่นใด อันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

          ตัวอย่าง เช่น
          ๑. เสพสุรา
          มีเงื่อนไข ดังนี้
              (๑) ดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ
              (๒) เมาสุราเสียราชการ
              (๓) เมาสุราในที่ชุมชนจนเกิดความเสียหาย
          ๒. เบิกเงินสวัสดิการเป็นเท็จ
          ๓. เรียกเงินเพื่อพาเข้าทำงาน
          ๔. ไม่ชำระหนี้
          ๕. ประพฤติตนในทำนองชู้สาว
          ๖. ยาเสพติด
          ๗. กระทำอนาจาร
          ๘. ทุจริตในการสอบ
          ๙. ปลอมแปลงเอกสาร
          ๑๐. กระทำผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก
          เป็นต้น

          หมายเหตุ
          ความผิดฐานล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ยังไม่ใช้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่น หากมีพฤติกรรมดังกล่าว ให้ลงโทษ "ฐานประพฤติชั่ว"
         
                                   สวัสดี
         

----------
          ๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘
          ๒. กรมการปกครอง, คู่มือการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน, ๒๕๔๕.
          ๓. สำนักงาน ก.พ., แนวทางการลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕, กรุงเทพมหานคร : บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๔๑.
          ๔. เจสดา มิลินทางกูร, คู่มือปฏิบัติงานบุคคลว่าด้วยวินัยข้าราชการและพนักงานเทศบาล, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล, ๒๕๒๔.
          ๕. ประวีณ ณ นคร, ประมวลปัญหาและทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๔๙๗,  พระนคร : ไทยพิมพ์-ร.พ.อักษรสารการพิมพ์, ๒๕๐๗.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...