"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๑
๙ ส.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
ตัวบท
(การแจ้ง สว.๓)
ข้อ ๖๑ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๖๐ แล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานใดสนับสนุนข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการใด เมื่อใด อย่างไร และเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามข้อ ๗ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ พ.ศ.๒๕๕๘ หรือไม่ อย่างไร แล้วให้คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาโดยระบุข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามพยานหลักฐานว่าเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามข้อ ๗ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ พ.ศ.๒๕๕๘ อย่างไร และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ทราบ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนข้อกล่าวหา สำหรับพยานบุคคลจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
การแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้ทำบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้ โดยทำเป็นสองฉบับ เพื่อมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับ เก็บไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวัน เดือน ปี ที่รับทราบไว้เป็นหลักฐานด้วย
เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือหรือไม่ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาประสงค์จะยื่นคำชี้แจง ให้คณะกรรมการสอบสวนให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหายื่นคำชี้แจงภายในเวลาอันสมควร แต่อย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุน
ข้อกล่าวหา และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่จะให้ถ้อยคำเพิ่มเติม รวมทั้งนำสืบแก้ข้อกล่าวหาด้วย ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาโดยเร็ว
การนำสืบแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือจะอ้างพยานหลักฐานแล้วขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้
เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เสร็จแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ ๗๕ และข้อ ๗๖ ต่อไป
ในกรณีผู้ถูกกล่าวหามาแล้วแต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบหรือไม่มารับทราบ ถ้าได้ทำบันทึกลงวันที่และสถานที่ที่แจ้งและลงลายมือชื่อผู้แจ้ง พร้อมทั้งพยานรู้เห็นไว้เป็นหลักฐานแล้ว ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันรับทราบ กรณีไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยตรงได้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่น หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนส่งบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา ณ ที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ หรือสถานที่ติดต่อที่ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งให้ทราบ พร้อมทั้งมีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนัดมาให้ถ้อยคำและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนดเวลา การแจ้งในกรณีนี้ ให้ทำบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ เป็นสามฉบับ เพื่อเก็บไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาสองฉบับ โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาเก็บไว้หนึ่งฉบับ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อ และวัน เดือน ปี ที่รับทราบส่งกลับคืนมารวมไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ เมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แม้จะไม่ได้รับแบบ สว.๓ คืน หรือไม่ได้รับคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่มาให้ถ้อยคำตามนัด ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาแล้ว และไม่ประสงค์ที่จะแก้ข้อกล่าวหา ในกรณีเช่นนี้ คณะกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนต่อไปก็ได้ หรือถ้าเห็นเป็นการสมควรที่จะทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จะสอบสวนต่อไปตามควรแก่กรณีก็ได้ แล้วดำเนินการตามข้อ ๗๕ และข้อ ๗๖ ต่อไป แต่ถ้าผู้ถูกกล่าวหามาขอให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก่อนที่คณะกรรมการสอบสวนจะเสนอสำนวนการสอบสวนตามข้อ ๗๖ โดยมีเหตุผลอันสมควร ให้คณะกรรมการสอบสวนให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องขอ
คำอธิบาย
เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้แจ้งและอธิบายข้อกล่าวหา (แบบ สว.๒) แล้ว ให้ประชุมเพื่อพิจารณาว่าพยานหลักฐานใดสนับสนุนว่า
๑. ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการใด
๒. ทำเมื่อใด
๓. ทำอย่างไร
๔. ผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือ
๕. หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ หรือ
๖. บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือ
๗. ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ
หรือไม่ อย่างไร
(ข้อ ๕-๗ เป็นกรณีการสอบสวนเพื่อให้ออกจากราชการ ที่มิใช่เป็นการสอบสวนทางวินัย)
๘. สรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (สว.๓) เท่าที่มีให้ทราบ โดยระบุ
(๑) วัน เวลา สถานที่
(๒) ลักษณะการกระทำที่เป็นการสนุนข้อกล่าวหา
(๓) จะระบุชื่อพยานบุคคลหรือไม่ก็ได้
การแจ้ง สว.๓ (แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา) ให้บันทึกซึ่งมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
๑. วัน/เดือน/ปี ที่แจ้ง
๒. คณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่ง...ที่...(ท้าวความเดิม)
๓. ได้แจ้งและอธิบายข้อกล่าวหา ให้...(ชื่อผู้ถูกกล่าวหา) ทราบตามบันทึกในแบบ สว.๒...ลงวันที่...เดือน...พ.ศ. .... นั้น
๔. บัดนี้ คณะกรรมการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว จึงขอแจ้ง สว.๓ ดังนี้
(๑) ข้อกล่าวหา ว่า
๑) กรณีใด เป็นความผิดวินัยตามข้อใด หรือ
๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ หรือ
๓) บกพร่องในหน้าที่ หรือ
๔) ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
อย่างไร (ข้อ ๒-๔ เป็นกรณีการสอบให้ออกจากราชการ มิใช่เป็นการสอบสวนทางวินัย)
(๒) สรุปพยานหลักฐาน
๑) เท่าที่มีให้ทราบ โดย
ก. ระบุวัน เวลา
ข. ระบุสถานที่
ค. ลักษณะการกระทำ
เป็นต้น
(๓) ในชั้นนี้ ต้องเริ่มใส่ "ฐานความผิดทางวินัย" (๑๘ ฐาน) ไว้ใน สว.๓ ได้แล้ว
๕. คณะกรรมการสอบสวนที่ร่วมแจ้ง สว.๓ ต้องลงลายมือชื่อให้ครบ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๓ คน และไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสอบสวนทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
๖. ผู้ถูกกล่าวหาทราบ สว.๓ และรับบันทึก ๑ ฉบับ เมื่อ...เดือน...พ.ศ. .... แล้วลงลายมือชื่อ
เมื่อดำเนินการแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนถามผู้ถูกกล่าวหาว่า
๑. จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือไม่
๒. ถ้าเขาประสงค์ คณะกรรมการสอบสวนต้องให้โอกาส ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับ สว.๓
๓. ให้โอกาสให้ถ้อยคำเพิ่มเติม
๔. ให้โอกาสนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
๕. หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือ คณะกรรมการต้องสอบปากคำและให้เขานำสืบแก้ข้อกล่าวหาโดยเร็ว
การนำสืบแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา
๑. จะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือ
๒. อ้างพยานหลักฐานแล้วขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกมา ก็ได้
เมื่อคณะกรรมการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เสร็จแล้ว ให้ประชุมและพิจารณาลงมติ เพื่อจัดทำ สว.๖ ต่อไป
การแจ้ง สว.๓ มี ๓ วิธี คือ
๑. แจ้งโดยตรง
๒. บันทึกเหตุการณ์
๓. แจ้งทางไปรษณีย์
ขยายความ
๑. แจ้งโดยตรง
มีขั้นตอน ดังนี้
(๑) ทำ สว.๓ เป็น ๒ ฉบับ
(๒) มอบให้ผู้ถูกกล่าวหา ๑ ฉบับ
(๓) เก็บไว้ในสำนวน ๑ ฉบับ โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อ วันเดือนปี ที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน
๒. บันทึกเหตุการณ์
เป็นกรณีผู้ถูกกล่าวหา
(๑) มาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบ สว.๓
(๒) ไม่มารับทราบ (ดำเนินการได้ ๒ วิธี)
ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการ ดังนี้
๑. ทำบันทึกเหตุการณ์ ลงวันที่/เดือน/ปี ที่แจ้ง สถานที่ที่แจ้ง
๒. ลงลายมือชื่อพยาน (ตั้งแต่ ๑ คน) ที่รู้เห็นการแจ้งนั้น
๓. ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันรับทราบ
แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐานในสำนวนการสอบสวน
๓. แจ้งทางไปรษณีย์
เป็นกรณีมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(๑) ไม่อาจแจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยตรง
(๒) มีเหตุจำเป็นอื่น
(๓) ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบ สว.๓ (ดำเนินการได้ ๒ วิธี)
ให้คณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการ ดังนี้
(๑) ส่ง สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา
๑) ณ ที่อยู่ตามหลักฐานของทางราชการ หรือ
๒) สถานที่ติดต่อที่ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งไว้
(๒) มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง และนัดมาให้ถ้อยคำ และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนด
(๓) กรณีนี้ให้ทำ สว.๓ เป็น ๓ ฉบับ
๑) เก็บไว้ในสำนวน ๑ ฉบับ
๒) ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหา ๒ ฉบับ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหา
ก. เก็บไว้ ๑ ฉบับ
ข. ลงลายมือชื่อ วันเดือนปีที่รับทราบ แล้วส่งกลับคืนมารวมไว้ในสำนวนอีก ๑ ฉบับ
๓) เมื่อล่วงพ้น ๑๕ วันนับแต่วันส่งทางไปรษณีย์
ก. แม้จะไม่ได้รับ สว.๓ คืน
ข. ไม่ได้รับคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา
ค. ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามนัด
ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับ สว.๓ แล้ว และไม่ประสงค์ที่จะแก้ข้อกล่าวหา
กรณีเช่นนี้ คณะกรรมการสอบสวน จะไม่สอบสวนต่อไป แล้วดำเนินการประชุมพิจารณาลงมติ และจัดทำ สว.๖ เลยก็ได้
(๔) ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นสมควรเพื่อทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จะสอบสวนต่อไปก็ได้ (เป็นดุลพินิจ)
(๕) ก่อนคณะกรรมการสอบสวนจะเสนอสำนวนต่อผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าผู้ถูกกล่าวหามีเหตุผลอันสมควรมา
๑) ขอให้ถ้อยคำ
๒) ขอยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
๓) ขอนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
คณะกรรมการสอบสวน ต้องให้โอกาสตามขอ
หมายเหตุ
การแจ้ง สว.๒ และ สว.๓ ซึ่งมีวิธีแจ้งอยู่ ๓ วิธี ผู้แจ้งควรดำเนินการด้วยวิธีการตามลำดับ ๑ ๒ และ ๓ เมื่อแจ้งด้วยวิธีในลำดับต้นไม่ได้ จึงใช้วิธีในลำดับถัดไป
สวัสดี
-----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘
๙ ส.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
ตัวบท
(การแจ้ง สว.๓)
ข้อ ๖๑ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๖๐ แล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานใดสนับสนุนข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการใด เมื่อใด อย่างไร และเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามข้อ ๗ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ พ.ศ.๒๕๕๘ หรือไม่ อย่างไร แล้วให้คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาโดยระบุข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามพยานหลักฐานว่าเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามข้อ ๗ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ พ.ศ.๒๕๕๘ อย่างไร และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ทราบ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนข้อกล่าวหา สำหรับพยานบุคคลจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
การแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้ทำบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้ โดยทำเป็นสองฉบับ เพื่อมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับ เก็บไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวัน เดือน ปี ที่รับทราบไว้เป็นหลักฐานด้วย
เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือหรือไม่ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาประสงค์จะยื่นคำชี้แจง ให้คณะกรรมการสอบสวนให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหายื่นคำชี้แจงภายในเวลาอันสมควร แต่อย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุน
ข้อกล่าวหา และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่จะให้ถ้อยคำเพิ่มเติม รวมทั้งนำสืบแก้ข้อกล่าวหาด้วย ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาโดยเร็ว
การนำสืบแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือจะอ้างพยานหลักฐานแล้วขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้
เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เสร็จแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ ๗๕ และข้อ ๗๖ ต่อไป
ในกรณีผู้ถูกกล่าวหามาแล้วแต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบหรือไม่มารับทราบ ถ้าได้ทำบันทึกลงวันที่และสถานที่ที่แจ้งและลงลายมือชื่อผู้แจ้ง พร้อมทั้งพยานรู้เห็นไว้เป็นหลักฐานแล้ว ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันรับทราบ กรณีไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยตรงได้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่น หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนส่งบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา ณ ที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ หรือสถานที่ติดต่อที่ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งให้ทราบ พร้อมทั้งมีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนัดมาให้ถ้อยคำและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนดเวลา การแจ้งในกรณีนี้ ให้ทำบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ เป็นสามฉบับ เพื่อเก็บไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาสองฉบับ โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาเก็บไว้หนึ่งฉบับ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อ และวัน เดือน ปี ที่รับทราบส่งกลับคืนมารวมไว้ในสำนวนการสอบสวนหนึ่งฉบับ เมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งบันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แม้จะไม่ได้รับแบบ สว.๓ คืน หรือไม่ได้รับคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่มาให้ถ้อยคำตามนัด ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาแล้ว และไม่ประสงค์ที่จะแก้ข้อกล่าวหา ในกรณีเช่นนี้ คณะกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนต่อไปก็ได้ หรือถ้าเห็นเป็นการสมควรที่จะทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จะสอบสวนต่อไปตามควรแก่กรณีก็ได้ แล้วดำเนินการตามข้อ ๗๕ และข้อ ๗๖ ต่อไป แต่ถ้าผู้ถูกกล่าวหามาขอให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก่อนที่คณะกรรมการสอบสวนจะเสนอสำนวนการสอบสวนตามข้อ ๗๖ โดยมีเหตุผลอันสมควร ให้คณะกรรมการสอบสวนให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องขอ
คำอธิบาย
เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้แจ้งและอธิบายข้อกล่าวหา (แบบ สว.๒) แล้ว ให้ประชุมเพื่อพิจารณาว่าพยานหลักฐานใดสนับสนุนว่า
๑. ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการใด
๒. ทำเมื่อใด
๓. ทำอย่างไร
๔. ผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด หรือ
๕. หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ หรือ
๖. บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือ
๗. ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ
หรือไม่ อย่างไร
(ข้อ ๕-๗ เป็นกรณีการสอบสวนเพื่อให้ออกจากราชการ ที่มิใช่เป็นการสอบสวนทางวินัย)
๘. สรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (สว.๓) เท่าที่มีให้ทราบ โดยระบุ
(๑) วัน เวลา สถานที่
(๒) ลักษณะการกระทำที่เป็นการสนุนข้อกล่าวหา
(๓) จะระบุชื่อพยานบุคคลหรือไม่ก็ได้
การแจ้ง สว.๓ (แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา) ให้บันทึกซึ่งมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
๑. วัน/เดือน/ปี ที่แจ้ง
๒. คณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่ง...ที่...(ท้าวความเดิม)
๓. ได้แจ้งและอธิบายข้อกล่าวหา ให้...(ชื่อผู้ถูกกล่าวหา) ทราบตามบันทึกในแบบ สว.๒...ลงวันที่...เดือน...พ.ศ. .... นั้น
๔. บัดนี้ คณะกรรมการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว จึงขอแจ้ง สว.๓ ดังนี้
(๑) ข้อกล่าวหา ว่า
๑) กรณีใด เป็นความผิดวินัยตามข้อใด หรือ
๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ หรือ
๓) บกพร่องในหน้าที่ หรือ
๔) ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
อย่างไร (ข้อ ๒-๔ เป็นกรณีการสอบให้ออกจากราชการ มิใช่เป็นการสอบสวนทางวินัย)
(๒) สรุปพยานหลักฐาน
๑) เท่าที่มีให้ทราบ โดย
ก. ระบุวัน เวลา
ข. ระบุสถานที่
ค. ลักษณะการกระทำ
เป็นต้น
(๓) ในชั้นนี้ ต้องเริ่มใส่ "ฐานความผิดทางวินัย" (๑๘ ฐาน) ไว้ใน สว.๓ ได้แล้ว
๕. คณะกรรมการสอบสวนที่ร่วมแจ้ง สว.๓ ต้องลงลายมือชื่อให้ครบ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๓ คน และไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสอบสวนทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
๖. ผู้ถูกกล่าวหาทราบ สว.๓ และรับบันทึก ๑ ฉบับ เมื่อ...เดือน...พ.ศ. .... แล้วลงลายมือชื่อ
เมื่อดำเนินการแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนถามผู้ถูกกล่าวหาว่า
๑. จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือไม่
๒. ถ้าเขาประสงค์ คณะกรรมการสอบสวนต้องให้โอกาส ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับ สว.๓
๓. ให้โอกาสให้ถ้อยคำเพิ่มเติม
๔. ให้โอกาสนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
๕. หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือ คณะกรรมการต้องสอบปากคำและให้เขานำสืบแก้ข้อกล่าวหาโดยเร็ว
การนำสืบแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา
๑. จะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือ
๒. อ้างพยานหลักฐานแล้วขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกมา ก็ได้
เมื่อคณะกรรมการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เสร็จแล้ว ให้ประชุมและพิจารณาลงมติ เพื่อจัดทำ สว.๖ ต่อไป
การแจ้ง สว.๓ มี ๓ วิธี คือ
๑. แจ้งโดยตรง
๒. บันทึกเหตุการณ์
๓. แจ้งทางไปรษณีย์
ขยายความ
๑. แจ้งโดยตรง
มีขั้นตอน ดังนี้
(๑) ทำ สว.๓ เป็น ๒ ฉบับ
(๒) มอบให้ผู้ถูกกล่าวหา ๑ ฉบับ
(๓) เก็บไว้ในสำนวน ๑ ฉบับ โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อ วันเดือนปี ที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน
๒. บันทึกเหตุการณ์
เป็นกรณีผู้ถูกกล่าวหา
(๑) มาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบ สว.๓
(๒) ไม่มารับทราบ (ดำเนินการได้ ๒ วิธี)
ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการ ดังนี้
๑. ทำบันทึกเหตุการณ์ ลงวันที่/เดือน/ปี ที่แจ้ง สถานที่ที่แจ้ง
๒. ลงลายมือชื่อพยาน (ตั้งแต่ ๑ คน) ที่รู้เห็นการแจ้งนั้น
๓. ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันรับทราบ
แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐานในสำนวนการสอบสวน
๓. แจ้งทางไปรษณีย์
เป็นกรณีมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(๑) ไม่อาจแจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยตรง
(๒) มีเหตุจำเป็นอื่น
(๓) ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบ สว.๓ (ดำเนินการได้ ๒ วิธี)
ให้คณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการ ดังนี้
(๑) ส่ง สว.๓ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา
๑) ณ ที่อยู่ตามหลักฐานของทางราชการ หรือ
๒) สถานที่ติดต่อที่ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งไว้
(๒) มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง และนัดมาให้ถ้อยคำ และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนด
(๓) กรณีนี้ให้ทำ สว.๓ เป็น ๓ ฉบับ
๑) เก็บไว้ในสำนวน ๑ ฉบับ
๒) ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหา ๒ ฉบับ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหา
ก. เก็บไว้ ๑ ฉบับ
ข. ลงลายมือชื่อ วันเดือนปีที่รับทราบ แล้วส่งกลับคืนมารวมไว้ในสำนวนอีก ๑ ฉบับ
๓) เมื่อล่วงพ้น ๑๕ วันนับแต่วันส่งทางไปรษณีย์
ก. แม้จะไม่ได้รับ สว.๓ คืน
ข. ไม่ได้รับคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา
ค. ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามนัด
ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับ สว.๓ แล้ว และไม่ประสงค์ที่จะแก้ข้อกล่าวหา
กรณีเช่นนี้ คณะกรรมการสอบสวน จะไม่สอบสวนต่อไป แล้วดำเนินการประชุมพิจารณาลงมติ และจัดทำ สว.๖ เลยก็ได้
(๔) ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นสมควรเพื่อทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จะสอบสวนต่อไปก็ได้ (เป็นดุลพินิจ)
(๕) ก่อนคณะกรรมการสอบสวนจะเสนอสำนวนต่อผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าผู้ถูกกล่าวหามีเหตุผลอันสมควรมา
๑) ขอให้ถ้อยคำ
๒) ขอยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
๓) ขอนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
คณะกรรมการสอบสวน ต้องให้โอกาสตามขอ
หมายเหตุ
การแจ้ง สว.๒ และ สว.๓ ซึ่งมีวิธีแจ้งอยู่ ๓ วิธี ผู้แจ้งควรดำเนินการด้วยวิธีการตามลำดับ ๑ ๒ และ ๓ เมื่อแจ้งด้วยวิธีในลำดับต้นไม่ได้ จึงใช้วิธีในลำดับถัดไป
สวัสดี
-----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น