วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๑

บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๑
                                    ๒ ส.ค. ๒๕๖๑

                                               โดย..
                                    ประวิทย์ เปรื่องการ



                                 บทที่ ๑๐
                  การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)


          ตัวบท
          (กรรมการคัดค้านตัวเอง)
          ข้อ ๕๕ ในกรณีผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านตามข้อ ๕๔ วรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นรายงานผู้บริหารท้องถิ่นตามข้อ ๕๔ วรรคสอง และให้นำข้อ ๕๔ วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          คำอธิบาย
          ตามปกติแล้วผู้ที่ถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเท่านั้นที่จะมีสิทธิคัดค้านกรรมการสอบสวน แต่เพื่อให้โอกาสผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนคัดค้านตนเองได้ หากเห็นว่าตนเองมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๕ เหตุดังกล่าวแล้วในบทก่อน โดยผู้นั้นต้อง
          ๑. ทำหนังสือรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบ
          ๒. ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่
               (๑) ลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวน หรือ
               (๒) ทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
          ๓. หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าผู้บริหารท้องถิ่นจะพิจารณาสั่งคำคัดค้านตนเองและแจ้งผลให้ทราบ
               (๑) หากผู้บริหารท้องถิ่นสั่งยกคำคัดค้าน ผู้นั้นต้องทำหน้าที่กรรมการสอบสวนต่อไป
               (๒) ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นเห็นว่าคำคัดค้านตนเองนั้นมีน้ำหนักรับฟังได้ และเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการเป็นผู้อื่นแทน ก็ขาดจากการเป็นกรรมการสอบสวน
          ๔. กรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่พิจารณาสั่งการใด ๆ เลย เมื่อล่วงพ้น ๑๕ วัน นับแต่วันที่ผู้บริหารท้องถิ่นรับรายงานเหตุคัดค้าน กรรมการผู้คัดค้านตนเองได้ขาดจากการเป็นกรรมการสอบสวนโดยผลของกฎหมายแล้ว ไม่อาจไปนั่งร่วมทำการสอบสวนได้อีก เพราะเป็นบุคคลอื่น  หากไปนั่งร่วมทำการสอบสวน จะทำให้การสอบสวนเสียไปเฉพาะส่วน ไม่อาจนำมาฟังลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้
         

          ตัวบท
          (การเปลี่ยนคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวน สว.๑)
          ข้อ ๕๖ ภายใต้บังคับข้อ ๔๙ เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นเห็นว่ามีเหตุอันสมควร หรือจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดจำนวนผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ให้ดำเนินการได้โดยต้องแสดงเหตุแห่งการสั่งนั้นไว้ด้วย และให้นำข้อ ๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
          การเปลี่ยนแปลงผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

          คำอธิบาย
          ตามหลักการเดิม เมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนโดยชอบแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นจะยกเลิกคำสั่งนั้นด้วยตนเองมิได้ หากมีการร้องทุกข์ ก.จังหวัดเท่านั้น จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ยกเลิกคำสั่งหรือไม่ เมื่อ ก.จังหวัดมีมติเป็นประการใด ผู้บริหารท้องถิ่นต้องสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
          หลักการตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘ ได้นำข้อ ๓๑ วรรคเจ็ด เดิม ที่กำหนดว่า "เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว จะยกเลิกมิได้" ไปกำหนดไว้ในข้อ ๗๖ วรรคสี่ และใช้ถ้อยคำไม่แข็งกระด้างเกินไปว่า "การแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนในเริ่องใดไปแล้ว จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนั้นอีกมิได้.." ซึ่งมีความหมายไม่แตกต่าง แม้ในระบบวินัยของข้าราชการในเรื่องนี้ก็มีนัยเดียวกัน

          เมื่อยกเลิกคำสั่งที่ออกไปแล้วไม่ได้ กฎจึงกำหนดวิธีแก้ไขไว้ ดังนี้
          ๑. ถ้าผู้บริหารท้องถิ่น เห็นว่า
               (๑) มีเหตุอันสมควร หรือ
               (๒) มีความจำเป็น
                      ที่จะต้อง
                      ๑) เปลี่ยนตัวกรรมการ
                      ๒) เพิ่มจำนวนกรรมการ
                      ๓) ลดจำนวนกรรมการ
          ๒. ให้สามารถกระทำได้ โดยต้องแสดงเหตุผลในการสั่งไว้ด้วย
          ๓. การออกคำสั่งดังกล่าว ต้องออกคำสั่งตามแบบ สว.๑ ใหม่ อีก ๑ คำสั่งเหมือนการออกคำสั่งครั้งแรก แล้วใช้ชื่อคำสั่งว่า
               (๑) เรื่อง เปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน (วินัยอย่างร้ายแรง)
               (๒) เรื่อง เพิ่มจำนวนกรรมการสอบสวน (วินัยอย่างร้ายแรง)
               (๓) เรื่อง ลดจำนวนกรรมการสอบสวน (วินัยอย่างร้ายแรง)
          ๔. ต้องท้าวความคำสั่งเดิมทุกครั้ง เช่น
               ตามที่เทศบาล...ได้มีคำสั่ง ที่.../๒๕๖๑ ลงวันที่....สิงหาคม ๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน (วินัยอย่างร้ายแรง) นาย..นาง..นางสาว..พนักงานเทศบาล...ตำแหน่ง.....มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่อง............นั้น
               บัดนี้ ปรากฏว่า.......(ยกเหตุอันสมควร/จำเป็น)
               - จึงเปลี่ยนแปลงกรรมการสอบสวน จาก...ลำดับที่...เป็น....ตำแหน่งระดับ...
               - จึงเพิ่มกรรมการสอบสวน ลำดับที่ ๔ เป็น....ตำแหน่งระดับ...
               - จึงลดกรรมการสอบสวน โดยตัดกรรมการ ลำดับที่ ๔ และลำดับที่ ๕ ออก
               ข้อความนอกนั้น คงเดิม
                    สั่ง  ณ วันที่ (ปัจจุบัน)
          ๕. หลังจากออกคำสั่งแล้วต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนทราบอีกครั้ง
          ๖. การออกคำสั่งดังกล่าวไม่กระทบการสอบสวนที่สอบสวนไปแล้ว


          ตัวบท
          (หน้าที่กรรมการสอบสวน ตามข้อ ๔๘-๘๓)
          ข้อ ๕๗ คณะกรรมการสอบสวนมีหน้าที่สอบสวนตามหมวดนี้ เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดกระบวนการสอบสวน ในการนี้ให้คณะกรรมการสอบสวนรวบรวมประวัติและความประพฤติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา และจัดทำบันทึกประจำวันทึ่มีการสอบสวนไว้ทุกครั้งด้วย
          ในการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสอบสวน
         

          คำอธิบาย
          หน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวน มีดังนี้
          ๑. ต้องสอบสวนตามกระบวนการทางวินัยที่กำหนดไว้ในข้อ ๔๘-๘๓
          ๒. แสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหา
          ๓. ดูแลให้เกิดความยุติธรรมตลอดกระบวนการสอบสวน
          ๔. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหา
          ๕. รวบรวมความประพฤติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหา
          ๖. จัดทำบันทึกประจำวันที่มีการสอบสวนทุกครั้ง
          ๗. ห้ามบุคคลอื่นร่วมทำการสอบสวน


          ตัวบท
          (ระยะเวลาการสอบสวน)
          ข้อ ๕๘ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้
          (๑) ดำเนินการประชุมตามข้อ ๕๒ แล้วแจ้งและอธิบายข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๐ ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
          (๒) รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่มี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม (๑) แล้วเสร็จ
          (๓) แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามข้อ ๖๑ ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม (๒) แล้วเสร็จ
          (๔) รวบรวมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม (๓)
          (๕) ประชุมพิจารณาลงมติและทำรายงานการสอบสวนเสนอต่อผู้บริหารท้องถิ่น ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม (๔) แล้วเสร็จ
          ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานเหตุที่ทำให้การสอบสวนไม่แล้วเสร็จต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อขอขยายระยะเวลาการสอบสวน ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งขยายระยะเวลาการดำเนินการได้ไม่เกินสองครั้ง ๆ ละไม่เกินสามสิบวัน
          การสอบสวนเรื่องใดที่คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้ประธานกรรมการรายงานเหตุให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอ ก.จังหวัดทราบ เพื่อติดตามเร่งรัดการสอบสวนต่อไป


          คำอธิบาย
          ระยะเวลาการสอบสวนทางวินัยกำหนดไว้ปกติ ๑๒๐ วัน ขยายได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ๆ ละไม่เกิน ๓๐ วัน รวมเป็น ๑๘๐ วัน ดังนี้
          ๑. เมื่อประธานกรรมการลงชื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน วันรุ่งขึ้นให้นับ ๑   ๒   ๓  ต่อเนื่องไปเรื่อยโดยไม่หยุดนับ
          ๒. ต่อจากนั้นภายใน ๑๕ วัน ต้องนัดประชุมครั้งแรก และแจ้ง สว.๒ (แจ้งและอธิบายข้อกลาวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ)
          ๓. ภายใน ๓๐ วันจากนั้น ต้องแจ้ง สว.๓ (แจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา)
          ๔. หลังจากนั้นภายใน ๓๐ วัน ต้องรวบรวมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา
          ๕. เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน ต้องประชุมลงมติเพื่อทำ สว.๖ (รายงานการสอบสวน) เสนอผู้บริหารท้องถิ่น
          ๖. หากการสอบสวนไม่แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน ประธานกรรมการต้องรายงานเหตุไปยังผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อเสนอให้ ก.จังหวัดติดตามเร่งรัดต่อไป
          ระยะเวลาการสอบสวนทางวินัยนั้นถือเป็นระยะวลาเร่งรัด แม้จะครบกำหนดแล้ว หากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบสวนต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แม้ล่วงเลยเวลาไปแล้ว ก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไปแต่อย่างใด

          หมายเหตุ
          ระยะเวลาในการสอบสวนแต่ละช่วง เช่น ๑๕ วันบ้าง ๓๐ วันบ้าง กำหนดไว้เพื่อให้กรรมการสอบสวนวางแผนเกี่ยวกับระยะเวลาดังกล่าวให้ดี แต่ไม่ควรกังวลจนเกินไป เพราะอาจถัวกันได้ แต่ต้องคำนึงถึง ๑๒๐ วัน และ ๑๘๐ วัน เป็นหลัก


 
                                   สวัสดี
           

---------- 
          - มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑

"บทเรียน..ผ่านไลน์"    ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑                                    ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๑                                       ...