"บทเรียน..ผ่านไลน์" ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๑
๓๑ ก.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
หมายเหตุ
มีผู้ถามว่า คำว่า "คู่กรณี" ในบทเรียน ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๑ เมื่อ ๒๔ ก.ค.๖๑ มีความหมายเพียงใด
มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘ ข้อ ๔ วรรคสาม กำหนดไว้ ดังนี้
๑. บุคคลผู้มีเหตุทะเลาะ วิวาท ร้องเรียน ฟ้องร้องซึ่งกันและกัน หรือ
๒. เป็นคู่หมั้น
๓. เป็นคู่สมรส
๔. เป็นบุพการี ทุกชั้น
๕. เป็นผู้สืบสันดาน ทุกชั้น
๖. เป็นพี่น้อง นับเพียงสามชั้น
๗. เป็นลูกพี่ลูกน้อง นับเพียงสามชั้น
๘. เป็นญาติเกี่ยวพันทางแต่งงาน นับเพียงสองชั้น
๙. เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม
๑๐. เป็นหรือเคยเป็นผู้พิทักษ์
๑๑. เป็นหรือเคยเป็นผู้แทน
๑๒. เป็นหรือเคยเป็นตัวแทน
๑๓. เป็นเจ้าหนี้
๑๔. เป็นลูกหนี้
๑๕. เป็นนายจ้าง
ของคู่กรณี หรือ
๑๖. เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันจะทำให้การพิจารณาไม่เป็นธรรม
ทั้งหมดนี้ ถือเป็น "คู่กรณี" ที่ ก.จังหวัด ต้องพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวน เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนตามมติ
ตัวบท
(การคัดค้าน และการสั่งคำคัดค้านกรรมการสอบสวน)
ข้อ ๕๔ ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ถ้าผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะกระทำการตามเรื่องที่กล่าวหา
(๒) มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหา
(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดาของผู้กล่าวหา
(๕) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม
การคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับแต่รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน โดยแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและความเป็นธรรมอย่างไร ในการนี้ให้ผู้บริหารท้องถิ่นส่งสำเนาหนังสือคัดค้าน และแจ้งวันที่ได้รับหนังสือคัดค้านดังกล่าวให้ประธานกรรมการทราบแลัวรวมไว้ในสำนวนสอบสวนด้วย
ในการพิจารณาเรื่องการคัดค้าน ผู้ซึ่งถูกคัดค้านอาจทำคำชี้แจงได้ หากผู้บริหารท้องถิ่นเห็นว่าหนังสือคัดค้านมีเหตุผลรับฟังได้ ให้สั่งให้ผู้ซึ่งถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน หากเห็นว่าหนังสือคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ให้สั่งยกคำคัดค้านนั้น โดยให้สั่งการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือคัดค้าน ทั้งนี้ ให้แสดงเหตุผลในการพิจารณาสั่งการดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้คัดค้านทราบ แล้วส่งเรื่องให้คณะกรรมการสอบสวนรวมไว้ในสำนวนโดยเร็ว การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด
ในกรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในสิบห้าวันตามวรรคสาม ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน และให้เลขานุการกรรมการสอบสวนรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตามข้อ ๕๖ ต่อไป
การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ในกรณีกรรมการสอบสวนตามข้อ ๔๙ วรรคสี่ ถูกคัดค้านหรือเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้าน ให้ดำเนินการตามวรรคสอง โดยผู้บริหารท้องถิ่นต้องเสนอคำคัดค้านไปยัง ก.จังหวัด ภายในเจ็ดวันนับแต่รับหนังสือคัดค้าน ก.จังหวัดต้องพิจารณาคำคัดค้านโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใดให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น หาก ก.จังหวัดไม่พิจารณาและมีมติภายในสามสิบวัน ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวนแทนผู้นั้น
ในกรณีมีคำคัดค้านตามวรรคสอง วรรคหก และข้อ ๕๕ ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี จะพิจารณาสั่งคำคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาสั่งคำคัดค้านให้ทราบ
คำอธิบาย
เมื่อลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว หากผู้ถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า กรรมการสอบสวนทั้งหมดหรือคนใดคนหนึ่ง มีเหตุดังต่อไปนี้
๑. รู้เห็นเหตุการณ์ขณะทำผิด
๒. มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องนั้น
๓. โกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหา
๔. เป็นผู้กล่าวหาเอง เป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน เป็นพี่น้องของผู้กล่าวหา
๕. เหตุอื่นที่จะทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม
หากมีครบทุกข้อ หรือเพียงข้อหนึ่งข้อใด ผู้นั้นมีสิทธิคัดค้านกรรมการทั้งคณะ หรือเฉพาะราย
การคัดค้านกรรมการสอบสวน มี ๒ กรณี คือ
๑. คัดค้านกรรมการสอบสวนที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง
๒. คัดค้านกรรมการสอบสวนที่ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือก
๑. การคัดค้านกรรมการสอบสวนที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง ต้องดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
(๑) ทำเป็นหนังสือ
(๒) ยื่นต่อผู้บริหารท้องถิ่น (ที่ออกคำสั่ง)
(๓) ภายใน ๗ วัน นับแต่
๑) ลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการาอบสวน หรือ
๒) ทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
(๔) ต้องมีข้อเท็จจริงว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและความเป็นธรรมอย่างไร
(๕) เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว ต้องดำเนินการ ดังนี้
๑) ส่งสำเนาหนังสือคัดค้าน
๒) แจ้งวันที่รับหนังสือคัดค้านให้ประธานทราบ
๓) ประธานกรรมการสอบสวนต้องรวมไว้ในสำนวน
(๖) เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นจะพิจารณาคำคัดค้านนั้น ผู้ถูกคัดค้านจะทำคำชี้แจงเสนอผู้บริหารท้องถิ่นก็ได้ (เป็นดุลพินิจ)
(๗) ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถพิจารณาสั่งการได้ ๒ ประการ คือ
๑) หากเห็นว่ามีเหตุผลรับฟังได้ ต้องสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน
๒) หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ ต้องสั่งยกคำคัดค้านนั้นเสีย การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด
(๘) ผู้บริหารท้องถิ่นต้องการสั่งการภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับหนังสือคัดค้าน โดยต้องแสดงเหตุผลในการสั่งไว้ด้วย
(๙) เมื่อสั่งการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบเป็นหนังสือ และส่งให้กรรมการสอบสวนรวมไว้ในสำนวนโดยเร็ว
(๑๐) กรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่สั่งการใด ๆ ภายใน ๑๕ วัน ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้เลขานุการกรรมการสอบสวนรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบโดยเร็ว เพื่อเปลี่ยนตัวกรรมการสอบสวนต่อไป
(๑๑) การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ไม่กระถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
๒. การคัดค้านกรรมการสอบสวนที่ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือก หรือกรรมการที่ ก.จังหวัดเลือกเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้าน ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
(๑) ผู้บริหารท้องถิ่นต้องส่งคำคัดค้านนั้นไปยัง ก.จังหวัด
(๒) ภายใน ๗ วันนับแต่ได้รับหนังสือคัดค้าน
(๓) ก.จังหวัดต้องพิจารณาคำคัดค้านโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่ได้รับคำคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น
(๔) เมื่อ ก.จังหวัดพิจารณามีมติเป็นประการใด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติตามมตินั้น
(๕) กรณี ก.จังหวัด ไม่พิจารณาภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับคำคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวนแทนกรรมการผู้ที่พ้นนั้น
กรรมการผู้ใดถูกคัดค้าน หรือคัดค้านตัวเอง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าจะได้รับแจ้งจากผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี
กรรมการที่พ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน เพราะล่วงพ้นระยะเวลา ๑๕ วัน ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้พิจารณาสั่งการใด ๆ หรือล่วงพ้นระยะเวลา ๓๐ วัน ซึ่ง ก.จังหวัดมิได้พิจารณามีมติใด ๆ ห้ามมิให้ร่วมทำการสอบสวน จะทำให้การสอบสวนตอนนั้นเสียไป เพราะเป็นผู้อื่นที่ห้ามอยู่ในที่สอบสวนไปแล้ว
สวัสดี
----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘.
๓๑ ก.ค. ๒๕๖๑
โดย..
ประวิทย์ เปรื่องการ
บทที่ ๑๐
การสอบสวนพิจารณา (ต่อ)
หมายเหตุ
มีผู้ถามว่า คำว่า "คู่กรณี" ในบทเรียน ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๑ เมื่อ ๒๔ ก.ค.๖๑ มีความหมายเพียงใด
มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.๒๕๕๘ ข้อ ๔ วรรคสาม กำหนดไว้ ดังนี้
๑. บุคคลผู้มีเหตุทะเลาะ วิวาท ร้องเรียน ฟ้องร้องซึ่งกันและกัน หรือ
๒. เป็นคู่หมั้น
๓. เป็นคู่สมรส
๔. เป็นบุพการี ทุกชั้น
๕. เป็นผู้สืบสันดาน ทุกชั้น
๖. เป็นพี่น้อง นับเพียงสามชั้น
๗. เป็นลูกพี่ลูกน้อง นับเพียงสามชั้น
๘. เป็นญาติเกี่ยวพันทางแต่งงาน นับเพียงสองชั้น
๙. เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม
๑๐. เป็นหรือเคยเป็นผู้พิทักษ์
๑๑. เป็นหรือเคยเป็นผู้แทน
๑๒. เป็นหรือเคยเป็นตัวแทน
๑๓. เป็นเจ้าหนี้
๑๔. เป็นลูกหนี้
๑๕. เป็นนายจ้าง
ของคู่กรณี หรือ
๑๖. เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันจะทำให้การพิจารณาไม่เป็นธรรม
ทั้งหมดนี้ ถือเป็น "คู่กรณี" ที่ ก.จังหวัด ต้องพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวน เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนตามมติ
ตัวบท
(การคัดค้าน และการสั่งคำคัดค้านกรรมการสอบสวน)
ข้อ ๕๔ ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ถ้าผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะกระทำการตามเรื่องที่กล่าวหา
(๒) มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหา
(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดาของผู้กล่าวหา
(๕) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม
การคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับแต่รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน โดยแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและความเป็นธรรมอย่างไร ในการนี้ให้ผู้บริหารท้องถิ่นส่งสำเนาหนังสือคัดค้าน และแจ้งวันที่ได้รับหนังสือคัดค้านดังกล่าวให้ประธานกรรมการทราบแลัวรวมไว้ในสำนวนสอบสวนด้วย
ในการพิจารณาเรื่องการคัดค้าน ผู้ซึ่งถูกคัดค้านอาจทำคำชี้แจงได้ หากผู้บริหารท้องถิ่นเห็นว่าหนังสือคัดค้านมีเหตุผลรับฟังได้ ให้สั่งให้ผู้ซึ่งถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน หากเห็นว่าหนังสือคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ให้สั่งยกคำคัดค้านนั้น โดยให้สั่งการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือคัดค้าน ทั้งนี้ ให้แสดงเหตุผลในการพิจารณาสั่งการดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้คัดค้านทราบ แล้วส่งเรื่องให้คณะกรรมการสอบสวนรวมไว้ในสำนวนโดยเร็ว การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด
ในกรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในสิบห้าวันตามวรรคสาม ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน และให้เลขานุการกรรมการสอบสวนรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตามข้อ ๕๖ ต่อไป
การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ในกรณีกรรมการสอบสวนตามข้อ ๔๙ วรรคสี่ ถูกคัดค้านหรือเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้าน ให้ดำเนินการตามวรรคสอง โดยผู้บริหารท้องถิ่นต้องเสนอคำคัดค้านไปยัง ก.จังหวัด ภายในเจ็ดวันนับแต่รับหนังสือคัดค้าน ก.จังหวัดต้องพิจารณาคำคัดค้านโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใดให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น หาก ก.จังหวัดไม่พิจารณาและมีมติภายในสามสิบวัน ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวนแทนผู้นั้น
ในกรณีมีคำคัดค้านตามวรรคสอง วรรคหก และข้อ ๕๕ ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี จะพิจารณาสั่งคำคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาสั่งคำคัดค้านให้ทราบ
คำอธิบาย
เมื่อลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว หากผู้ถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า กรรมการสอบสวนทั้งหมดหรือคนใดคนหนึ่ง มีเหตุดังต่อไปนี้
๑. รู้เห็นเหตุการณ์ขณะทำผิด
๒. มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องนั้น
๓. โกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหา
๔. เป็นผู้กล่าวหาเอง เป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน เป็นพี่น้องของผู้กล่าวหา
๕. เหตุอื่นที่จะทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม
หากมีครบทุกข้อ หรือเพียงข้อหนึ่งข้อใด ผู้นั้นมีสิทธิคัดค้านกรรมการทั้งคณะ หรือเฉพาะราย
การคัดค้านกรรมการสอบสวน มี ๒ กรณี คือ
๑. คัดค้านกรรมการสอบสวนที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง
๒. คัดค้านกรรมการสอบสวนที่ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือก
๑. การคัดค้านกรรมการสอบสวนที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง ต้องดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
(๑) ทำเป็นหนังสือ
(๒) ยื่นต่อผู้บริหารท้องถิ่น (ที่ออกคำสั่ง)
(๓) ภายใน ๗ วัน นับแต่
๑) ลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการาอบสวน หรือ
๒) ทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
(๔) ต้องมีข้อเท็จจริงว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและความเป็นธรรมอย่างไร
(๕) เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว ต้องดำเนินการ ดังนี้
๑) ส่งสำเนาหนังสือคัดค้าน
๒) แจ้งวันที่รับหนังสือคัดค้านให้ประธานทราบ
๓) ประธานกรรมการสอบสวนต้องรวมไว้ในสำนวน
(๖) เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นจะพิจารณาคำคัดค้านนั้น ผู้ถูกคัดค้านจะทำคำชี้แจงเสนอผู้บริหารท้องถิ่นก็ได้ (เป็นดุลพินิจ)
(๗) ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถพิจารณาสั่งการได้ ๒ ประการ คือ
๑) หากเห็นว่ามีเหตุผลรับฟังได้ ต้องสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน
๒) หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ ต้องสั่งยกคำคัดค้านนั้นเสีย การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด
(๘) ผู้บริหารท้องถิ่นต้องการสั่งการภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับหนังสือคัดค้าน โดยต้องแสดงเหตุผลในการสั่งไว้ด้วย
(๙) เมื่อสั่งการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบเป็นหนังสือ และส่งให้กรรมการสอบสวนรวมไว้ในสำนวนโดยเร็ว
(๑๐) กรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่สั่งการใด ๆ ภายใน ๑๕ วัน ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้เลขานุการกรรมการสอบสวนรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบโดยเร็ว เพื่อเปลี่ยนตัวกรรมการสอบสวนต่อไป
(๑๑) การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ไม่กระถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
๒. การคัดค้านกรรมการสอบสวนที่ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือก หรือกรรมการที่ ก.จังหวัดเลือกเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้าน ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับที่ผู้บริหารท้องถิ่นเลือกและแต่งตั้งเอง เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
(๑) ผู้บริหารท้องถิ่นต้องส่งคำคัดค้านนั้นไปยัง ก.จังหวัด
(๒) ภายใน ๗ วันนับแต่ได้รับหนังสือคัดค้าน
(๓) ก.จังหวัดต้องพิจารณาคำคัดค้านโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่ได้รับคำคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น
(๔) เมื่อ ก.จังหวัดพิจารณามีมติเป็นประการใด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งหรือปฏิบัติตามมตินั้น
(๕) กรณี ก.จังหวัด ไม่พิจารณาภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับคำคัดค้านจากผู้บริหารท้องถิ่น ให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ให้ ก.จังหวัดพิจารณาและมีมติคัดเลือกกรรมการสอบสวนแทนกรรมการผู้ที่พ้นนั้น
กรรมการผู้ใดถูกคัดค้าน หรือคัดค้านตัวเอง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าจะได้รับแจ้งจากผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ก.จังหวัด แล้วแต่กรณี
กรรมการที่พ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน เพราะล่วงพ้นระยะเวลา ๑๕ วัน ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้พิจารณาสั่งการใด ๆ หรือล่วงพ้นระยะเวลา ๓๐ วัน ซึ่ง ก.จังหวัดมิได้พิจารณามีมติใด ๆ ห้ามมิให้ร่วมทำการสอบสวน จะทำให้การสอบสวนตอนนั้นเสียไป เพราะเป็นผู้อื่นที่ห้ามอยู่ในที่สอบสวนไปแล้ว
สวัสดี
----------
- มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น